Friday, September 25th, 2009 - by มีมี่ - No Comments

หัวข้อนี้ก็มีประโยชน์มากเช่นกันค่ะ ตามอ่าน และปฏิบัติตามกันนะคะ จะได้ห่างไกลมะเร็ง จริง ๆ แล้วนั้นหนังสือสุขภาพมีมากมายในตลาด เราเองก็อ่านมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบเล่มในรอบไม่กี่ปีนี้ แต่พอมีเรื่องใกล้ตัวก็งงพอควร ว่าจะเริ่มอย่างไรดี

เอกสารฉบับนี้่สรุปได้กระชับค่ะ สำหรับคนไม่มีเวลาไม่ต้องไปหาหนังสือเล่มหนา ๆ มาอ่าน

ผัก ผลไม้ป้องกันมะเร็ง โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

 

ขอบคุณที่มา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

หลังจากหาข้อมูลไปได้ระยะหนึ่ง ก็พบว่า ข้อมูลที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติมีอยู่ครบถ้วน ในการป้องกัน รักษา ดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งเต้านม

คลิ๊กไป ๆ มา ๆ ก็เจอกับหัวข้อการตรจเต้านมด้วยตนเอง อย่างสม่ำเสมอค่ะ มีภาพให้เห็น ทำตามได้อย่างชัดเจน ลองทำดูกันนะคะ อย่าเขิน
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง

 

ขอบคุณที่มา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

breastมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทยเป็นที่สองรองจากมะเร็งปากมดล กมักเกิดในหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปและพบมากในหญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรน้อย และในผู้ที่มีประวัติญาติพี่น้องเคยเป็นมะเร็งเต้านมหญิงอายุน้อยหรือชายก็อาจเ ป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่พบได้น้อย
สาเหตุการเกิดโรค ยังไม่ทราบแน่นอน แต่ในทางระบาดวิทยาอาหารไขมันสูง มีส่วน ทำให้เกิดโรคได้ ตำแหน่งเกิดของมะเร็งเต้านมมักเป็นที่ส่วนบนด้านนอกของ เต้านมมากกว่า ส่วนอื่น

continue reading

 

ขอบคุณที่มา www.si.mahidol.ac.th โดย รศ.นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

การตรวจโรคของเต้านม
เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับเต้านม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเจ็บเต้านม มีก้อนที่เต้านม มีแผลที่หัวนม หรือ มีน้ำไหลจากหัวนม มักจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าจะมีความผิดปกติในเต้านมหรือไม่ หรือแม้แต่ในคนที่ปกติ แต่เมื่อมีความเสี่ยงที่จะมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น เช่น อายุมากขึ้น แพทย์ก็จะแนะนำให้ทำการตรวจเต้านม เพราะหากสามารถพบความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การรักษาต่างๆ ก็จะไม่ยุ่งยาก และได้ผลดี

วิธีการตรวจหาความผิดปกติของเต้านม แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 3 กลุ่มคือ
1. การตรวจเต้านมด้วยการคลำ สุภาพสตรีทุกท่านสามารถคลำเต้านมตนเองได้ และ หากไม่แน่ใจ ให้แพทย์เป็นผู้คลำเต้านม เพื่อประเมินความผิดปกติ ซึ่ง อาจพบก้อนที่เต้านมหรือต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ หรืออาจพบจุดกดเจ็บที่เต้านม
2. การตรวจทางรังสี ด้วยเครื่องแมมโมแกรม(mammogram) หรือ อัลตราซาวด์(ultrasound)
3. การใช้เข็มเจาะก้อนที่เต้านม เพื่อนำเซลล์ของเต้านม หรือ เนื้อเยื่อเต้านม เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
continue reading

 

ขอบคุณที่มาข่าว นสพ. เดลินิวส์ และ healthcorners.com

ถ้าพูดถึง “หินปูน” เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับ “หินปูน” ที่ฟันกันเป็นอย่างดี แต่พอบอกว่าเป็นหินปูนใน “เต้านม” หลายคนอาจจะทำหน้างง ๆ สงสัยว่ามันคืออะไร ในขณะที่ผู้หญิงหลายคนอาจมีประสบการณ์ในเรื่องนี้จากการไปทำ “แมมโมแกรม” หรือการตรวจนมด้วยเครื่องเอกซเรย์พิเศษ แล้วพบ “หินปูน” ในเต้านมจนตกอกตกใจไปว่า หินปูนที่พบจะพัฒนากลายเป็นเนื้อร้ายได้หรือไม่

ดังนั้นเพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลในเรื่องนี้ รศ.นพ.เจษฎา แสงสุพรรณ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ.นพ.เจษฎา อธิบายว่า หินปูนในเต้านมพบได้บ่อยมาก หินปูนดังกล่าวคือแคลเซียมที่เกาะอยู่ที่เนื้อเต้านม มี 2 ลักษณะด้วยกัน คือ หินปูนขนาดค่อนข้างใหญ่ เรียกว่า แมคโครแคลซิฟิเคชั่น จะเห็นเกินครึ่งมิลลิเมตรขึ้นไป มองฟิล์มเอกซเรย์ห่างประมาณ 1 ฟุต ก็จะมองเห็น ส่วนอีกชนิดมีขนาดเล็กกว่าครึ่งเซนติเมตร เรียกว่า ไมโครแคลซิฟิเคชั่น จะต้องเข้าไปดูใกล้ ๆ หรือไม่ก็ต้องใช้แว่นขยายส่องดู
continue reading

 

ขอบคุณที่มาข่าว วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552 เวลา 20:43:59 น. มติชนออนไลน์

ผู้ผลิตข่าวออนไลน์รวมตัวตั้ง “ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์” ระบุเนื้อหาในเว็บไซต์มีลิขสิทธิ์ หากใครนำไปใช้ต่อเชิงธุรกิจต้องเคารพในสิทธิ์การสร้างสรรค์ หรือทำลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ผู้ผลิตข่าว

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน ผู้บริหารเว็บไซต์ผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ประกอบด้วยเว็บไซต์ในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ ไทยรัฐออนไลน์ เดลินิวส์ออนไลน์ เครือมติชน เครือโพสต์พับลิชชิ่ง เครือเนชั่น เครือสยามสปอร์ต ไอเอ็นเอ็นออนไลน์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ ดาราเดลี่ออนไลน์ แนวหน้าออนไลน์ สยามรัฐออนไลน์ และไทยโพสต์ออนไลน์ ได้ร่วมกันลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์จัดตั้งชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย โดยปราศจากการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ ให้ประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตระหนักในคุณค่าของงานสร้างสรรค์ที่ผ่านกระบวนการทางวารสารศาสตร์ และสนใจติดตามข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวสารแต่ละรายโดยตรง และในกรณีที่มีการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปเผยแพร่ในช่องทางเว็บไซต์อื่นที่มีลักษณะเป็นเชิงพาณิชย์หรือเจ้าของเว็บไซต์ได้รับประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
continue reading

 

ขอบคุณที่มา วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11521 มติชนรายวัน โดย ชมพูนุท นำภา

symphonyเหลืออีกเพียง 2 รอบ คือวันศุกร์ที่ 25 และเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ ก็จะสิ้นสุดการแสดงคอนเสิร์ตของ วงไทยแลนด์ ฟิลฮาร์โมนิก ออเคสตรา หรือ วงทีพีโอ ซีซั่นที่ 4 แล้ว หลังจากที่ทำการแสดงติดต่อมายาวนานถึง 10 เดือน กว่า 50 คอนเสิร์ต โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 เป็นต้นมา

แม้ว่าวงทีพีโอเพิ่งจะมีอายุได้เพียง 4 ปี แต่จากการเอาจริงเอาจังทั้งด้านนโยบาย และปฏิบัติแล้ว ทำให้วันนี้ มีศักยภาพสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นที่ยอมรับของบรรดานักดนตรีต่างประเทศ
continue reading

 

วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11521 มติชนรายวัน คอลัมน์ สยามประเทศไทย โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

“เด็กหัวกะทิ” เป็นพวก “คนสมองซ้ายนำ” สังคมยกย่อง เรียนเก่งด้านวิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์

“เด็กหัวกระทะ” เป็นพวก “คนสมองซีกขวานำ” สังคมเฉยเมย เรียนเก่งด้านอักษรศาสตร์, ศิลปศาสตร์, มนุษยศาสตร์

สังคมและเศรษฐกิจของโลกในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาถูกกำหนดและครอบงำโดย “คนสมองซ้ายนำ” แต่ต่อไปนี้โลกจะเปลี่ยนไปอยู่ในมือและสมองของ “คนสมองขวานำ”
continue reading

 

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552 เวลา 23:59:59 น. มติชนออนไลน์ โดย พิงค์สเกิร์ต

วันนี้ “พิงค์สเกิร์ต” ขอเปลี่ยนเรื่องราวแนวแสบๆ คันๆ มาเป็นเรื่องเกียวกับชีวิตความเป็นความตาย และแรงบันดาลใจที่ล้ำลึกยิ่ง จากผู้หญิงคนหนึ่งที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากโรคร้าย แต่สามารถเอาชนะมันได้เหมือนการเกิดใหม่ พร้อมความรู้อิ่มเอมเต็มอกที่จะแบ่งบันประสบการณ์ ความรู้สึก และกำลังใจที่เปี่ยมล้นของเธอ ให้กับเพื่อนผู้หญิงทุกคน

โดยเฉพาะ กลุ่มผู้หญิงที่ป่วยเป็น “โรคมะเร็งเต้านม” จนต้องถูกตัด “หน้าอก” สัญลักษณ์ของความเป็นหญิง เพื่อให้พวกเธอรับรู้ว่า ….แม้จะเป็นอย่างไร พวกเธอก็ยังสวยเสมอ ควรภูมิใจในตัวเอง และอย่าสิ้นหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อไป

ผู้หญิงคนนี้ ชื่อว่า “พามินา บราสเซย์” เมื่อตอนวันเอ๊าะ อายุ 17 ปี เธอสวยงามหยอดย้อย มีรูปร่างชวนฝัน ถึงกับเคยถูกเสนอให้ถ่ายแบบนู้ดลง “เพลย์บอย” นิตยสารแนวปลุกใจเสือป่าชื่อดัง แต่เธอได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เพราะไม่เคยคิดว่าอยากถ่ายภาพเปลือย

แต่เมื่อกว่า 30 ปีผ่านไป จนถึงปัจจุบัน “พามินา”กลับตัดสินใจ”เปลือยอก”ถ่ายภาพ เปิดเผยเต้านมที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด เพื่อแสดงให้โลกและผู้ป่วยทุกคนเห็นว่า เธอสามารถเอาชนะโรคมะเร็งเต้านมได้ (และแน่นอนคนอื่นๆ ก็ต้องสามารถฝ่าฝันไปได้เช่นกัน) ซึ่งนับว่าเป็นการกระทำที่กล้าหาญมาก สำหรับผู้หญิงธรรมดาๆ คนนึง

สาวผู้รอดจากมะเร็งเต้านม

สาวผู้รอดจากมะเร็งเต้านม

continue reading

 

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552  แม่ตรวจ ลูกก็ตรวจ

mammogram1

mammogram1

หลังจากผลัดคุณหมอ(โรงพยาบาลแห่งที่สองซึ่งเราไปตรวจเช็คซ้ำและคุณหมอเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจหาาเซลมะเร็ง) มาหลายนัด ตั้งแต่ต้นเดือน กันยายน ก็กลายเป็นเกือบจะปลายเดือนไปเสียนี่ เหตุผลสำคัญเลยก็คือ ว่า จำช่วงเวลาที่ประจำเดือนมาผิดไปในการนัดครั้งแรก

ทำไมช่วงเวลาของประจำเดือนจึงสำคัญ เหตุผลก็คือว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจเมมโมแกรมก็คือช่วง เจ็ดวันหลังมีประจำเดือนนั่นเอง

continue reading

 

วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11518 มติชนรายวัน โดย ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ -ขอบคุณที่มา

 
หนังสือ สู้ชนะ มะเร็งร้าย โดยคุณปวีณา หงสกุลหนังสือที่จำหน่าย-รายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ

 
“มะเร็งเต้านม” ยังคงครองแชมป์สถิติที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับต้นๆ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนักถึงภัยร้ายของมะเร็งเต้านม จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้ง “ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ” โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รักษาพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยไม่เลือกว่าจะเป็นใคร มีฐานะอย่างไร

“ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ” แห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2548 โดยที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงรับศูนย์สิริกิติ์ฯ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมทั้งพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนแรกตั้ง และยังพระราชทานผ้าไหมให้นำมาใช้ตกแต่งศูนย์สิริกิติ์ฯ อีกด้วย

นับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปี 2552 มีผู้ป่วยทั่วประเทศเดินทางมารักษาที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ แล้วนับพันคน หนึ่งในนั้นเป็นนักการเมืองอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นาม ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี และยังเป็น ทูตโครงการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านมปี 2552 ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมแก่คนทั่วไป

โอกาสดี นักการเมืองสาวใหญ่ใช้ช่วงเวลาในงานเปิดตัวหนังสือ ไดอารี่…ปวีณา หงสกุล สู้ชนะ “มะเร็งร้าย” ใน 5 ปี เล่าถึงประสบการณ์การป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ที่ทำเอาเธอ “เฉียดตาย”
continue reading

 
Sunday, September 20th, 2009 - by มีมี่ - 1 Comment

ใครได้โปรด หยุดฝน ในใจฉัน…
มันตก ใหญ่แล้ว ไม่ใช่แค่พรำ ๆ…
ทั้งพายุ ฟ้ากระหน่ำ จนท่วมใจ…

ความรู้สึก เจ็บลึก จริง ๆ หนอ…
เจ็บร้าว รานรอน เกินทนไหว…
ชีวิตนี้ ใครลิขิต หัวจิตหัวใจ…
ว่าเลวทราม จัญไร คงไม่พอ…

ยิ่งอ่าน ยิ่งเห็น เป็นยิ่งคลั่ง…
โปรดได้ มีพลัง ณ ใจขอ…
เข้มแข็ง แกร่งกลั่ง ดั่งเหล็กทอ…
เชิดหน้า สู้ต่อ สังคมทราม…

———————————-
วันนี้ขอเครียดและหยาบคาย เป็นนางร้ายหนึ่งวัน

เป็นกลอนเด็ก ๆ ที่แต่งขึ้นเป็นชิ้นแรกในรอบสามสิบปี(เดาอายุมีมี่กันเองนะคะ)…

จริง ๆ แล้ววันนี้มีความสุขที่ตั้งใจจะเข้ามาบอกกล่าว…

เรื่องผลเมมโมแกรมกับอัลตร้าซาวนด์ที่เป็นไปในทางที่ดี…

อยากเล่าตั้งแต่เที่ยงที่กลับจากโรงพยาบาลมาบ้านแล้วล่ะ แต่ว่าสองลิงยุ่งมาก  และลิงเล็กก็เป็นหวัดที่ทำให้เราตกใจพอควรเลยเฝ้ารอดูอาการอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ…

แต่ด้วยความเคยชิน เผลอแวบเข้าไปใน พันทิป กะว่าจะแว่บแค่แป๊บเดียวเพราะความดีใจมันพลุ่งพล่านเสียเหลือเกิน แต่ไปหยุดอยู่ตรงที่นี่ข่าวแรก ของเนชั่นแชลแนล…

น้องฟิล์มวัย 3 ขวบที่ ถูกพ่อจับฟาดผนังสิ้นลมแล้ว

จะอ่านดีเปล่านะ …

อย่าเลย (บอกตัวเองซ้ำ ๆ )…

เมื่อก่อนเป็นคนที่จะอ่านข่าวเยอะมาก ๆ ดี ร้าย อะไรก็ได้ อ่านหมด เพราะต้องการรับรู้ความจริงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม ในโลกใบนี้…

หลัง ๆ พอมีลูกตัวน้อย ผ่านการแพ้ท้องที่สาหัส และเผชิญกับโรคซึมเศร้าหลังคลอด…

ก็พยายามเลี่ยงการอ่านข่าวลักษณะนี้มาตลอด…

ใจเรารับไม่ได้จริงๆ และมันจะทำให้เราจิตตกแบบนันสต๊อปแบบไม่เป็นผู้คนไปเลย…

ความเศร้าที่เกิดขึ้นในใจมันทรมานเราจริง ๆ ไม่รู้ว่าทำไมเป็นคนเศร้าแบบเก็บกดเหลือเกิน คือเก็บเอามานึกได้เป็นระยะ แล้วก็น้ำตาไหลได้ตลอด…

 

“เหยื่อ” ที่เป็น “เด็ก” กับ “สัตว์ตัวน้อย ๆ ” เป็นอะไรที่เรารับไม่ได้เลย แต่ก็มีข่าวออกมาทุกวัน ๆ

ข่าวนี้ก็เช่นกันที่เราเผลอ “ดื้อ” กับ “ใจ” ตัวเองที่สั่งห้ามมา กดเข้าไปอ่านข้อความ

ไม่อาจเล่าอะไรได้มากว่าไปกว่านี้ เอาเป็นว่า ใคร “จิตอ่อน” แบบเรานี่ ผ่านไปได้เลยนะคะ อย่าเข้าไปเลย

เรารู้จุดอ่อนของตัวเองดี จึงได้พยายามศึกษาธรรมะ ฝึกฝนใจมาโดยตลอด ก็ สอบผ่านบ้าง ตกบ้าง แต่กับเรื่องการทารุณเด็ก ๆ นี้ เราตกทะลุห้องสอบไปเลยน่ะ จนต้องยอมรับสภาพใจตัวเอง และเรียนรู้ที่จะให้ใจบอบช้ำน้อยที่สุด

เหตุผลที่เราอดไม่ได้ที่จะกดเข้าไปอ่านข่าวลักษณะนี้ ก็เพราะว่า เราเห็นว่าหากทุก ๆ คนไม่รับรู้ ไม่สนใจว่ามีเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นอยู่ทั่วไปทุกวินาที ทุกที่ มันก็จะเกิดมากขึ้น เด็กน้อยตาดำ ๆ ที่ไร้เดียงสาก็จะทุกข์ทรมาน สาหัสแบบนี้มากยิ่งขึ้น

การที่พวกเราอดทนรับรู้ และพยายามหยุดยั้ง ยับยั้งให้เกิดน้อยที่สุด หรือเบาที่สุด จะเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับเหยื่อที่น่าสงสารมากไปกว่าการหลับตา ปิดหู ปิดปากตัวเอง ให้ตัวเองมีความสุขไปวัน ๆ กับการพบเห็นแต่สิ่งที่สวยงาม ดีงามในสังคมของตน

เศร้ามาก…

อ่านจบแล้วอธิษฐานในใจท่ามกลางน้ำตาที่ไหลราวกับเขื่อนแตก

ขอให้น้องไปสู่สุขคติ ภพภูมิที่ดีงาม ไม่ต้องผจญกับความเลวร้ายเช่นนี้อีก…

 
ขอให้ความเลวร้ายที่เกิดนี้เป็นกรณีสดท้าย อย่าได้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่ากับใคร ที่ใดก็ตาม…

 
ขอให้ชีวิตทุกชีวิต มีความสุขบนโลกใบนี้…

 
ชีวิตก็เป็นเช่นนั้นเอง…

ปลอบใจตัวเองตามหลักศาสนาพุทธ…

 
ยังไม่หายเศร้าเลย…

ทุกชีวิตมีกรรมเป็นของตน…

ก็ยังไม่หายเศร้า…

ต้องหาคนปลอบใจ…

เข้าไปหาคนเครียดกับเราที่ห้องชานเรือนดีกว่า…

ล๊อกอินก่อน….

ใครส่งข้อความมาหาเรานะ…

อ๋อ…น้องเม็ดทรายผู้แสนใจบุญที่อุทิศตัวให้กับสุนัขจรจัดโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนั่นเอง น้องส่งลิงค์ชวนให้ไปโหวตและดูกระทู้นี้ งานบุญเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรัก

อืม…แวะไปโหวตทู้ก่อนดีกว่าค่อยไปชานเรือน…

สายตาอ่านรายละเอียดการทำบุญ ฯลฯ ในทู้อย่างละเอียด และภาพสุดท้ายที่ทำให้เราต้องขอหยุดวันนี้ ไว้ที่นี่ ขอไปนอนก่อน ก็คือ…

 

เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

poordog1

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ปล. ได้คุยกับน้องเม็ดทรายเมื่อวานเรื่องภาพข้างบนค่ะ น้องบอกว่าไม่ได้เป็นเจ้าของภาพ เป็นภาพที่เพื่อน ๆ กลุ่มรักสัตว์และช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทำร้าย ทารุณ ส่งต่อมาให้อีกทีนึง แต่จำไม่ได้แล้วว่าเป็นของใคร

จึงขออนุญาติเจ้าของภาพมา ณ โอกาสนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ

 

ใครหรือคือฆาตกร…
เมื่อวันที่ 8 กันยายน หนังสือพิมพ์นิว เพเพอร์ ของประเทศสิงคโปร์ รายงานว่า มีวัยรุ่น 18 คนที่คลั่งไคล้วิดีโอเกมชื่อดัง Slayers (นักฆ่า) ได้วางแผนก่อเหตุฆ่าตัวตายหมู่เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ส่วนใหญ่เปลี่ยนใจหลังจากยืนดู 2 คนในกลุ่มกระโดดอาคารฆ่าตัวตาย สำหรับเกมดังกล่าวเป็นเกมแนวอาร์พีจี ซึ่งให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นตัวละคร

continue reading

 

วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11489 มติชนรายวัน

เชื่อหรือไม่ !! คนไทยป่วยตายด้วยโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดีมากที่สุดในโลก ทำให้โรคมะเร็งคงครองแชมป์สาเหตุการเสียชีวิตของประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ มาแรงถึงขั้นแซงสาเหตุใหญ่ๆ อย่างอุบัติเหตุ และโรคหัวใจกันเลยทีเดียว ยิ่งฟังแบบนี้ก็ยิ่งทำใครหลายๆ คนต้องขนลุกขนพองไปตามๆ กัน แต่ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรคที่คนกลัวกันมากที่สุด ด้วยกิตติศัพท์เรื่องลือไปต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด รักษาหายยาก เนื่องจากผู้ป่วยส่วนมากกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งก็เข้าขั้นเกือบสุดท้ายซะแล้วแถมเสียชีวิตอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก รู้ทั้งรู้ขนาดนี้ แต่ทำไม้…ทำไม…อัตราการป่วยก็ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะลดลงเลย หากแต่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ถึงเวลาแล้วหรือยัง…ที่เราต้องหันมาดูแลรักษาสุขภาพให้ห่างไกลพฤติกรรมกระตุ้นสารก่อมะเร็งหลีกหนีโรคร้ายที่ว่านี้ดีกว่ามั้ย ??
continue reading

 
Monday, August 24th, 2009 - by มีมี่ - No Comments

ช่วงนี้ไปที่ไหน ๆ หันไปทางใด ก็พบว่าผู้คนต่างพกมือถือกันสองเครื่องเป็นอย่างน้อย แถมต้องมีเครื่องหนึ่งที่มีขนาดบางและหน้าจอใหญ่จุใหญ่ หลาย ๆ ครั้งโดยเฉพาะเวลาขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็จะเห็นการใช้งานมือถือเหล่านี้กันทั้งคันรถ ทั้งดูหนัง ฟังเพลง เข้าเน็ต เราเองยังแอบชะแง้แลดูอยู่บ่อย ๆ ..แฮ่..อยากได้ อดทน ๆ ลูกสองแล้ว จะเข้าเรียนแล้วด้วย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นเท่าทวีคูณ เวลาอยากได้อะไรจะซื้ออะไร หลังมีลูกนี่ เกิดความสามารถในการระงับกิเลสได้อย่างน่าอัศจรรย์

เมื่อคิดได้แล้ว ดีกรีความโลภลดต่ำลงสู่ระดับปกติ จนสามารถทำกิจการงานอื่นได้อย่างเป็นสุข ไม่ทุรนทุรายอยากได้(สมาร์ทโฟน) อยากมี(สมาร์ทโฟน) ก็เกิดความภูมิใจ “โอ…เรานี่ช่างเป็นแม่ที่ดีเสียเหลือเกิน เจ้าสองเขาจะรู้ไหมนี่ว่า แม่ของพวกเขาอุตส่าห์ประหยัดเลือดตาแทบกระเด็นเพื่อ เก็บเงินเป็นค่าเล่าเรียน ฯลฯ ของลูก ๆ ”

กลยุทธ์ในการระงับความอยากได้ของ ที่ใช้บ่อยคือ เดินไปดูบ่อย แล้วจะชินเอง ไม่อยากได้ ยิ่งมีคนซื้อไปแล้วด้วย ยิ่งทำให้สบายใจใหญ่

อาการอยากได้สมาร์ทโฟนนี่เป็นมาปีนึงได้ ก่อนหน้ากระแสไอโฟนกระหน่ำสร้างกิเลสให้หมู่นักโทร นักท่องเน็ต นักดูหนังฟังเพลง ได้กรี๊ดกัน ประมาณว่าใครถือไอโฟนนี่ ดูไฮโซสุดขีด
hero-intro-20090608

แต่เราซึ่งกำลังพยายามจะเริ่มอาชีพในวงการน้ำหมึกอีกครั้งนึง กลับมองไปที่ ซัมซุง ออมเนีย ทู Samsung Omnia II
omnia_ii_pre-order

เมื่อดูความสามารถของ omnia II ซึ่งก็คือ

ซัมซุงพร้อมมอบประสบการณ์อัจฉริยะครั้งใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เปิดโอกาสให้แฟนสมาร์ทโฟนพันธุ์แท้ทำการจองที่สุดของสมาร์ทโฟนแห่งยุค ‘ซัมซุง ออมเนีย II’ ก่อนใคร โดย “ออมเนีย II” มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานสุดล้ำสมัยที่พร้อมตอบสนองทุกการใช้งานทั้งมัลติมีเดียและออฟฟิศอย่างลงตัวด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์ โมบายล์ 6.1 โปรเฟสชันนอล ใช้งานคล่องตัวขึ้นด้วยหน้าจอ WVGA AMOLED ขนาดใหญ่ 3.7 นิ้วเพิ่มความคมชัดในทุกมุมมองในทุกสภาพแสง

ไม่ได้จะซื้อ แต่ตามอ่านรีวิว omnia II หาข่าวคราวความเคลื่อนไหวราวสองอาทิตย์ ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ แต่…อดทนไว้ ไม่ว่าจะอยากได้อย่างไร อนาคตของลูกน้อยก็สำคัญกว่า

เวลาเข้าห้าง เข้าร้าน เห็นร้านขายมือถือก็เป็นต้องย่องเข้าไปลองหยิบ ลองจับของเค้าไปทั่ว ลองไปหมด สามยี่ห้อ คือ
-Apple Iphone 3g มือถือไฮโซ
-HTC Touch Pro, HTC Touch Cruise
-Samsung Omnia II

ซึ่ง ตัว เอชทีซี นี่เป็นคู่แข่งกับออมเนียที่เราอยากได้โดยตรง มวยชั้นเดียวกัน ตรงที่ว่า ใช่้โปรแกรมประมวลผล เป็นวินโดว์โมบายล์ WM ไม่ใช่ ซิมเบี้ยน Symbian

การตามอ่านบทความ ข่าวสาร กระทู้รีวิว ของเจ้า สมาร์ทโฟนเหล่านี้ทำให้เรามีความรู้เพิ่มเติมด้านนี้มาก พอควร ทำให้รู้ว่า Iphone 3gs ไม่คุ้มค่าเลย…

ไว้พรุ่งนี้มาต่อนะคะ วันนี้เลยเวลาปลอดภัยในการนอนหลับพักผ่อนมามากแล้ว ขอให้ทุกท่านฝันดีมีความสุขค่ะ หากอยากรู้ว่าสรุปแล้ว น้องออมเนียแสนสวย แสนเก่งจะสามารถล้วงตังค์ในกระเป๋าคุณแม่ลูกสองผู้แสนงกได้หรือเปล่า โปรดติดตามตอนต่อไป…