<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เรื่องเล่าของมีมี่</title>
	<atom:link href="http://www.mimistory.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.mimistory.com</link>
	<description>บ่น เม้าท์ เล่าด้วยความรัก</description>
	<lastBuildDate>Mon, 14 Mar 2011 13:48:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>บันทึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่น 8.9 ริกเตอร์-สึนามิสูง 10 เมตร ซัดเมืองชายฝั่ง</title>
		<link>http://www.mimistory.com/723/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-8-9-%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-10-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/723/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-8-9-%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-10-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Mar 2011 13:40:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวน่ารู้อื่น ๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=723</guid>
		<description><![CDATA[โพทส์นี้เพื่อเก็บข่าวไว้ให้ลูกหลานของเราได้อ่าน รวมทั้งตัวเราเองด้วย เนื่องจากช่วงนี้ไม่มีเวลาตามข่าว และข่าวไหลเร็วมาก ๆ เหตุการณ์ร้ายแรงในโลกเกิดขึ้นมากมาย จนไม่ทันรับรู้ ขออนุญาติและขอบพระคุณเว็บข่าวทุกเว็บมา ณ โอกาสนี้ เว็บมติชนออนไลน์ เว็บผู้จัดการออนไลน์ เอเอฟพี/เอเยนซี่ &#8211; ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ วันนี้ (11) ก่อคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ ซึ่งพัดพาเรือเข้าใส่ชายฝั่ง สร้างความเสียหายให้เมืองชายฝั่งแปซิฟิกของแดนอาทิตย์อุทัย เจ้าหน้าที่ยืนยันมีผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย รายงานจากจังหวัดมิยะงิ บนเกาะฮอนชู ระบุว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในขณะนี้ โทรทัศน์กำลังเผยแพร่ภาพคลื่นน้ำกำลังกลืนกินพื้นที่โดยรอบชายฝั่ง แผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนอาคารสูงในกรุงโตเกียวสั่นไหว มีรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ 6 แห่ง ในเมืองหลวงญี่ปุ่น ซึ่งรถไฟใต้ดินต้องหยุดให้บริการ สัญญาณไซเรนดังต่อเนื่อง ผู้คนหนีออกมาจากตัวอาคาร สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานล่าสุด ว่า แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ครั้งนี้ เกิดขึ้นห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 382 กิโลเมตร มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ ทั้งในญี่ปุ่น ไต้หวัน รัสเซีย และบริเวณหมู่เกาะมารินา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โพทส์นี้เพื่อเก็บข่าวไว้ให้ลูกหลานของเราได้อ่าน รวมทั้งตัวเราเองด้วย เนื่องจากช่วงนี้ไม่มีเวลาตามข่าว และข่าวไหลเร็วมาก ๆ เหตุการณ์ร้ายแรงในโลกเกิดขึ้นมากมาย จนไม่ทันรับรู้</p>
<p>ขออนุญาติและขอบพระคุณเว็บข่าวทุกเว็บมา ณ โอกาสนี้</p>
<p>เว็บมติชนออนไลน์<br />
เว็บผู้จัดการออนไลน์</p>
<p>เอเอฟพี/เอเยนซี่ &#8211; ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ วันนี้ (11) ก่อคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ ซึ่งพัดพาเรือเข้าใส่ชายฝั่ง สร้างความเสียหายให้เมืองชายฝั่งแปซิฟิกของแดนอาทิตย์อุทัย เจ้าหน้าที่ยืนยันมีผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย </p>
<p>       รายงานจากจังหวัดมิยะงิ บนเกาะฮอนชู ระบุว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในขณะนี้ โทรทัศน์กำลังเผยแพร่ภาพคลื่นน้ำกำลังกลืนกินพื้นที่โดยรอบชายฝั่ง</p>
<p>       แผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนอาคารสูงในกรุงโตเกียวสั่นไหว มีรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ 6 แห่ง ในเมืองหลวงญี่ปุ่น ซึ่งรถไฟใต้ดินต้องหยุดให้บริการ สัญญาณไซเรนดังต่อเนื่อง ผู้คนหนีออกมาจากตัวอาคาร<span id="more-723"></span></p>
<p>       สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานล่าสุด ว่า แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ครั้งนี้ เกิดขึ้นห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 382 กิโลเมตร มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ ทั้งในญี่ปุ่น ไต้หวัน รัสเซีย และบริเวณหมู่เกาะมารินา ศูนย์เตือนภัยสึนามิในแปซิฟิก รายงาน</p>
<p>       มีรายงานเหตุน่าวิตกว่า เกิดเหตุหลังคาอาคารถล่มระหว่างพิธีสำเร็จการศึกษา ในกรุงโตเกียว ซึ่งมีนักศึกษาเข้าร่วมพิธีประมาณ 600 คน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทว่า ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หน่วยดับเพลิงโตเกียวรายงาน หลังจากเกิดแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนถึง 8.9 ริกเตอร์</p>
<p>       รัฐบาลญี่ปุ่นออกประกาศเตือนจังหวัดชายฝั่งทางตอนเหนือ ว่า อาจเกิดคลื่นสึนามิเพิ่มเติม สื่อท้องถิ่นแพร่ภาพคลื่นสึนามิความสูง 10 เมตร โถมเข้าใส่ท่าเรือเมืองเซนได ในจังหวัดมิยะงิ สำนักข่าวเกียวโดรายงานเพิ่มเติมว่า มีคลื่นสึนามิความสูง 7 เมตร ซัดเข้าใส่เมืองฟุกุชิมะ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะฮอนชูเช่นกัน</p>
<p>       ทางการอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ประกาศเตือนภัยสึนามิแล้ว พร้อมกันนั้น ศูนย์เตือนภัยสึนามิสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนในขณะนี้ให้เมืองชายฝั่งแปซิฟิก ทั้งออสเตรเลีย และภูมิภาคอเมริกาใต้ เตรียมพร้อมรับมือคลื่นยักษ์สึนามิ โดยหมู่เกาะฮาวายสั่งอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นการด่วน</p>
<p>       ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 3 ราย รายหนึ่งเป็นชายวัย 67 ปีถูกกำแพงถล่มทับ อีกรายเป็นหญิงชรา ซึ่งพลัดตกจากหลังคา ขณะปีนหนีน้ำท่วมบ้าน ทั้งสองอยู่ในพื้นที่รอบนอกของกรุงโตเกียว ส่วนรายที่ 3 ยังไม่มีรายละเอียด</p>
<p>       ด้าน ประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ ผู้นำรัสเซีย ได้เสนอความช่วยเหลือญี่ปุ่น ขณะที่เกิดคลื่นสึนามิบริเวณหมู่เกาะคูริล พื้นที่พิพาทระหว่างญี่ปุ่น-รัสเซีย โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รัสเซียได้ประกาศเตือนภัยสึนามิบริเวณหมู่เกาะคูริล ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัสเซีย หรือ ทางเหนือของญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ได้อพยพผู้คนจำนวน 11,000 คนออกจากพื้นที่พิพาทดังกล่าว คลื่นสึนามิลูกแรกไปถึงหมู่เกาะคูริลแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย</p>
<p>       สำนักข่าวเกียวโดรายงาน ว่า เกิดเพลิงไหม้บริเวณอาคารเครื่องกังหันลมของ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอนากาวะ ในจังหวัดมิยะงิ อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า มีการรั่วไหลของสารกัมตภาพรังสีหรือไม่ ทั้งนี้ จังหวัดมิยะงิเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุดจากสึนามิครั้งนี้</p>
<p>       ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นสินามิที่เกิดหลังแผ่นดินไหวอย่างน้อย 32 ราย</p>
<p>       ญี่ปุ่นตั้งอยู่ “วงแหวนแห่งไฟ” (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาไฟจำนวนมาก อีกทั้ง กรุงโตเกียวยังวางตัวอยู่บนจุดเชื่อมต่อของแผ่นเปลือกโลกถึง 3 แผ่น ซึ่งประกอบด้วย แผ่นยูเรเชีย แผ่นแปซิฟิก และแผ่นทะเลฟิลิปปินส์ แต่ละแผนค่อยๆ เสียดสีกันมาโดยตลอด ทำให้เกิดการสั่นไหวของแผ่นดิน แรงสั่นสะเทือนมหาศาล</p>
<p>       คณะกรรมาธิการวิจัยแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่น เตือนว่า มีโอกาสถึง 70 เปอร์เซนต์ที่แรงสั่นสะเทือนขนาด 8 ริกเตอร์จะเกิดขึ้นอีกกับบริเวณที่ราบลุ่มคันโต ซึ่งมีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก ภายในอีก 30 ปีข้างหน้า</p>
<p>       ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ล่าสุดเมื่อปี 1923 เมื่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในภูมิภาคคันโต (Great Kanto Earthquake) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 140,000 ราย โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ ต่อมาในปี 1955 เกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่อีกครั้งในเมืองโคเบะ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,400 คน</p>
<p>ญี่ปุ่นอาจเจอ “อาฟเตอร์ช็อก” ระดับ 7 ภายใน 3 วัน</p>
<p>พ่อเฒ่ายุ่นดวงแข็ง! โดน “สึนามิ” กวาดลงทะเลไกล 15 กม.ยังรอด!</p>
<p>“ปูติน” สั่งลุย หลัง “ญี่ปุ่น” ขอความช่วยเหลือด้านพลังงานจาก “รัสเซีย”</p>
<p>สื่อญี่ปุ่นสวดยับ “นายกฯ คัง” ตอบเหตุ รฟ.นิวเคลียร์ระเบิด ช้าเกินทน</p>
<p>ญี่ปุ่นคาดยอดตาย “มิยางิ” จว.เดียวเกิน 10,000 ศพ-รัฐเตือนพลังงานขาดแคลนหลังปิดโรงไฟฟ้า</p>
<p>สนง.ธรณีสหรัฐฯ เผย “เกาะญี่ปุ่น” เคลื่อนจากเดิม 2.4 เมตร หลังเกิดแผ่นดินไหว</p>
<p>ทั่วโลกระดมน้ำใจช่วย &#8220;ญี่ปุ่น&#8221; กู้ภัยแผ่นดินไหว-สึนามิ</p>
<p>ยอดตาย &#8220;สึนามิ&#8221; ญี่ปุ่นเฉียด 900 &#8211; กองทัพส่งทหารช่วยกู้ภัย 100,000 นาย</p>
<p>เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ญี่ปุ่นส่อระเบิดอีกแห่ง หลังระบบหล่อเย็นขัดข้อง</p>
<p>คลิปชุดใหม่!!วินาทีธรณีพิโรธ-สึนามิถล่มญี่ปุ่นวินาศสันตะโร</p>
<p>อาฟเตอร์ช็อกเขย่าญี่ปุ่นร่วม 190 หน เตือนยังไม่ผ่านพ้นมหันตภัย</p>
<p>กต.เตือนงดเยือนพื้นที่ประสบภัยญี่ปุ่น ยันยังไม่พบคนไทยเจ็บ-ตาย</p>
<p>ญี่ปุ่นวิตกยอดตายสึนามิสูงลิ่ว ยังไม่พบตัวชาวบ้านตามแนวชายฝั่งนับหมื่น</p>
<p>IAEAจับตา24ชม.หลังญี่ปุ่นแจ้งเหตุโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด</p>
<p>หนุ่มมะกันห้าว!! อยากถ่ายรูปคลื่น สุดท้ายถูก “สึนามิ” กลืนลงทะเล</p>
<p>รัสเซียชี้ “ระดับรังสี” ดินแดน ตอ.ไกลยังปกติ หลังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นระเบิด</p>
<p>นักวิทย์สหรัฐฯเตือนญี่ปุ่น “เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์” ขาดระบบหล่อเย็นไม่ได้</p>
<p>“กูเกิล-ทวิตเตอร์-เฟซบุ๊ก” เครื่องมือหลักตามหาคน “แผ่นดินไหว-สึนามิ 2011”</p>
<p>ยอดผู้เสียชีวิต “สึนามิ-แผ่นดินไหว” ญี่ปุ่นแตะ 703-คาด “ดับ” เกินพันศพ</p>
<p>“ละตินอเมริกา” พ้นวิกฤต “สึนามิ” ไร้ความเสียหายร้ายแรง</p>
<p>In Pics: ร่องรอยความเสียหายในญี่ปุ่นหลังสึนามิพัดผ่าน</p>
<p>สึนามิจากญี่ปุ่นซัดฮาวาย-ชายฝั่งตะวันตกสหรัฐฯ เรือพังยับ-ดับ 1 ราย</p>
<p>ญี่ปุ่นเร่งป้องกันภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หลังปล่อยกัมมันตรังสีลดแรงดันหอปฏิกรณ์</p>
<p>ญี่ปุ่นเสียว แผ่นดินไหวเขย่าฮอนชูซ้ำช่วงเช้ามืดวันเสาร์</p>
<p>In Pics:ภาพน่าขนลุก&#8217;สึนามิ&#8217;ถล่ม&#8217;ญี่ปุ่น&#8217;พังพินาศ</p>
<p>ญี่ปุ่นระดมพลลงพื้นที่&#8217;สึนามิ&#8217;นานาชาติเสนอช่วย ยอดตายส่อทะลุ1,000</p>
<p>&#8216;ศพเกลื่อนหาด&#8217;หลังสึนามิถล่มญี่ปุ่น คาดยอดตายพุ่งถึงครึ่งพัน</p>
<p>สถานทูตไทยในญี่ปุ่นตั้งศูนย์ ปสง.ฉุกเฉิน ยังไม่มีรายงานคนไทยตาย-บาดเจ็บ</p>
<p>ยันสึนามิจากดินไหวญี่ปุ่นไม่กระทบไทย ซัดไกลถึงอินโดฯ-ปินส์-ฮาวาย</p>
<p>“สภากาชาดสากล” หวั่นประเทศยากจนไม่พร้อมรับมือ “สึนามิ”</p>
<p>บันทึกคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ครั้งใหญ่ทั่วโลก</p>
<p>สหรัฐฯ เตือน “สึนามิ” เมืองชายฝั่งแปซิฟิก ทั้งออสเตรเลีย-อเมริกาใต้</p>
<p>ญี่ปุ่นแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์-สึนามิสูง 10 เมตร ซัดเมืองชายฝั่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/723/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-8-9-%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-10-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จีนป่วน &#8220;ปฏิวัติดอกมะลิ&#8221; เริ่มก่อตัว รัฐบาลคุมสื่อเข้ม</title>
		<link>http://www.mimistory.com/719/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/719/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Feb 2011 06:08:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมืองจีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=719</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณที่มาข่าว มติชนออนไลน์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 11:45:18 น. ทางการจีนสั่งการให้ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมในเมืองใหญ่หลายเมือง หลังมีการเรียกร้องทางอินเตอร์เน็ตให้มีการปฏิวัติดอกมะลิ (Jasmine Revolution) มีการจับกุมกลุ่มนักรณรงค์ด้านสิทธิหลายราย และประชาชน 3 ราย ถูกควบคุมตัวในเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยพบว่าผลการเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้การตอบรับที่ดีนัก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (20 ก.พ.) ว่ารัฐบาลจีนได้บล็อกการค้นหาคำว่า &#8220;Jasmine&#8221; หรือ &#8220;ดอกมะลิ&#8221; ที่มาจากคำว่า &#8220;Jasmine revolution&#8221; ในเว็บบล็อก และเว็บไซต์เว่ยโปที่มีการส่งข้อความสั้นคล้ายทวิตเตอร์ หลังจากที่มีกลุ่มเคลื่อนไหวส่งสารเรียกร้องไปยังประชาชนในเมืองใหญ่ให้ออกมาประท้วงรัฐบาลโดยตะโกนคำว่า &#8220;เราต้องการอาหารสำหรับรับประทาน เราต้องการที่พักอาศัย เสรีภาพจงเจริญ และประชาธิปไตยจงเจริญ&#8221; ไปตามท้องถนนในกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเมืองใหญ่อีก 10 แห่งของประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวถูกเรียกว่า การปฏิวัติดอกมะลิของชาวจีน (Chinese Jasmine Revolution) อันเนื่องมาจากการว่างงาน ความต้องการอาหารและที่อยู่อาศัย รวมทั้งความต้องการให้ปฏิรูปการเมืองและการยุติการเซ็นเซอร์สื่อมวลชนหลายต่อหลายครั้งในการใช้อินเตอร์เน็ตของชาวจีนถูกบุคคลนิรนามโจรกรรมข้อมูล คำว่า “ปฏิวัติดอกมะลิ” (jasmine revolution) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณที่มาข่าว <a href="http://www.matichon.co.th">มติชนออนไลน์ </a>วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 11:45:18 น. </p>
<p>ทางการจีนสั่งการให้ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมในเมืองใหญ่หลายเมือง หลังมีการเรียกร้องทางอินเตอร์เน็ตให้มีการปฏิวัติดอกมะลิ (Jasmine Revolution)</p>
<p>มีการจับกุมกลุ่มนักรณรงค์ด้านสิทธิหลายราย และประชาชน 3 ราย ถูกควบคุมตัวในเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยพบว่าผลการเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้การตอบรับที่ดีนัก</p>
<p>สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (20 ก.พ.) ว่ารัฐบาลจีนได้บล็อกการค้นหาคำว่า &#8220;Jasmine&#8221; หรือ &#8220;ดอกมะลิ&#8221; ที่มาจากคำว่า &#8220;Jasmine revolution&#8221; ในเว็บบล็อก และเว็บไซต์เว่ยโปที่มีการส่งข้อความสั้นคล้ายทวิตเตอร์ หลังจากที่มีกลุ่มเคลื่อนไหวส่งสารเรียกร้องไปยังประชาชนในเมืองใหญ่ให้ออกมาประท้วงรัฐบาลโดยตะโกนคำว่า &#8220;เราต้องการอาหารสำหรับรับประทาน เราต้องการที่พักอาศัย เสรีภาพจงเจริญ และประชาธิปไตยจงเจริญ&#8221; ไปตามท้องถนนในกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเมืองใหญ่อีก 10 แห่งของประเทศ<span id="more-719"></span></p>
<p>สถานการณ์ดังกล่าวถูกเรียกว่า การปฏิวัติดอกมะลิของชาวจีน (Chinese Jasmine Revolution) อันเนื่องมาจากการว่างงาน ความต้องการอาหารและที่อยู่อาศัย รวมทั้งความต้องการให้ปฏิรูปการเมืองและการยุติการเซ็นเซอร์สื่อมวลชนหลายต่อหลายครั้งในการใช้อินเตอร์เน็ตของชาวจีนถูกบุคคลนิรนามโจรกรรมข้อมูล</p>
<p>คำว่า “ปฏิวัติดอกมะลิ” (jasmine revolution) ถูกหยิบยืมมาจากการปฏิวัติสำเร็จในตูนิเซีย ได้ถูกทางการบล็อคทั้งในทวิตเตอร์ และเสิร์ช เอ็นจิ้นต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือยังไม่สามารถส่งข้อความไปยังผู้อื่นได้ จากนั้นตำรวจนับร้อยรายได้ตรึงกำลังไว้ในบริเวณย่านการค้า แม้ยังไม่ชัดเจนว่าแกนนำที่แท้จริงเป็นใคร</p>
<p>รัฐบาลจีนยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเสนอข่าวของสื่อในประเด็นการประท้วงของชาวตูนิเซีย ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติดอกมะลิ ซึ่งเผยแพร่ไปยังอียิปต์ และหลายประเทศในตะวันออกกลางในเวลานี้</p>
<p> นายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีจีนได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ (19 ก.พ.) แสดงให้ประชาชนทราบว่าได้รับทราบถึงภาวะความไม่พอใจต่อรัฐบาลที่ก่อตัวขึ้นในสังคมจีน และได้เตือนผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ให้เพิ่มความพยายามในการรักษาเสถียรภาพทางการเมือง ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการติดต่อในสังคมเสมือนจริงบนโลกอินเทอร์เน็ต</p>
<p> สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานโดยอ้างคำพูดของนายหู ว่า &#8220;เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องยกระดับความเข้มแข็ง และพัฒนากลไกในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชน โดยการแก้ไขปัญหาที่อาจส่งผลให้เอกภาพ และเสถียรภาพของสังคมเสียไป และทำการรักษาสิทธิสภาพและผลประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งส่งเสริมความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม และรักษาความเป็นระเบียบของสังคม&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/719/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธรรมชาติบำบัด : ล้างพิษ-ลดเอนไซม์ตับ</title>
		<link>http://www.mimistory.com/712/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/712/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Feb 2011 04:26:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=712</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 09:16:38 น. ธรรมชาติบำบัด น.พ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล dr.banchob@balavi.com http://www.balavi.com เทวินทร์ เป็นคนปีเสือ แต่เป็นเสือที่ขี้ปอดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา เขากลัวมืด กลัวผี กลัวป่วย กลัวตาย ความกลัวของเขาโดดเด่นกว่าใครๆ เท่าที่ผมเคยรู้จัก ปกติแล้วคนเราจะกลัวมืด กลัวผีก็ต่อเมื่อไปอยู่ในที่วังเวง มืดๆ บรรยากาศเป็นใจ ว่างั้นเถอะ แต่สำหรับเทวินทร์แล้ว เขาสามารถหน้าถอดสีจนซีดเซียว ตอนกลางวันแสกๆ ขณะที่นั่งอยู่ที่นั่งสนทนากับเพื่อน เพียงเพราะเพื่อนเกิดเล่าเรื่องผีขึ้นมา เขาจะหน้าซีด ตัวเย็น เหงื่อกาฬแตกเอาเลยทีเดียว แต่คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งปักใจนะว่า ความกลัวน่ะเป็นเรื่องไม่ดี บางทีความขี้กลัวก็ช่วยเจ้าตัวเอาไว้ได้อย่างกรณีของเทวินทร์ แน่นอนว่าเทวินทร์กลัวตายด้วย และด้วยความกลัวตายของเทวินทร์นั่นแหละทำให้เขารอดชีวิตมาได้ เรื่องมีอยู่ว่า เทวินทร์เป็นคนตามใจปาก เพราะฉะนั้น หลังเลิกงานทุกวัน เขาจะให้รางวัลตัวเองด้วยการกินทองหยอดวันละ 20 ลูก แล้วก็ล่อเป๊ปซี่อีกวันละ 1 ลิตรครึ่ง เขาทำอย่างนี้ของเขามา 3-4 เดือนตอนที่เขาเครียดจากการงาน แล้วมาวันหนึ่งเพื่อนที่ทำงานของเขาซึ่งมีรูปร่างหุ่นเดียวกับเทวินทร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณที่มา<a title="ธรรมชาติบำบัด : ล้างพิษ-ลดเอนไซม์ตับ" href="http://matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1298128774&amp;grpid=no&amp;catid=&amp;subcatid="> มติชนออนไลน์</a> วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 09:16:38 น.</p>
<p>ธรรมชาติบำบัด<br />
น.พ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล</p>
<div style="width:480px;text-align:right;"><embed width="480" height="360" src="http://static.pbsrc.com/flash/rss_slideshow.swf" flashvars="rssFeed=http%3A%2F%2Ffeed920.photobucket.com%2Falbums%2Fad42%2Fanintayagems%2Fmimistory%2Ffeed.rss" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" /><a href="http://photobucket.com/redirect/album?showShareLB=1" target="_blank"><img src="http://pic.photobucket.com/share/icons/embed/btn_geturs.gif" style="border:none;" /></a><a href="http://s920.photobucket.com/albums/ad42/anintayagems/mimistory/" target="_blank"><img src="http://pic.photobucket.com/share/icons/embed/btn_viewall.gif" style="border:none;" /></a></div>
<p><a href="mailto:dr.banchob@balavi.com">dr.banchob@balavi.com</a> <a href="http://www.balavi.com/">http://www.balavi.com</a><br />
เทวินทร์ เป็นคนปีเสือ แต่เป็นเสือที่ขี้ปอดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา เขากลัวมืด กลัวผี กลัวป่วย กลัวตาย ความกลัวของเขาโดดเด่นกว่าใครๆ เท่าที่ผมเคยรู้จัก ปกติแล้วคนเราจะกลัวมืด กลัวผีก็ต่อเมื่อไปอยู่ในที่วังเวง มืดๆ บรรยากาศเป็นใจ ว่างั้นเถอะ</p>
<p>แต่สำหรับเทวินทร์แล้ว เขาสามารถหน้าถอดสีจนซีดเซียว ตอนกลางวันแสกๆ ขณะที่นั่งอยู่ที่นั่งสนทนากับเพื่อน เพียงเพราะเพื่อนเกิดเล่าเรื่องผีขึ้นมา เขาจะหน้าซีด ตัวเย็น เหงื่อกาฬแตกเอาเลยทีเดียว</p>
<p>แต่คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งปักใจนะว่า ความกลัวน่ะเป็นเรื่องไม่ดี บางทีความขี้กลัวก็ช่วยเจ้าตัวเอาไว้ได้อย่างกรณีของเทวินทร์ แน่นอนว่าเทวินทร์กลัวตายด้วย</p>
<p>และด้วยความกลัวตายของเทวินทร์นั่นแหละทำให้เขารอดชีวิตมาได้<span id="more-712"></span><br />
เรื่องมีอยู่ว่า เทวินทร์เป็นคนตามใจปาก เพราะฉะนั้น หลังเลิกงานทุกวัน เขาจะให้รางวัลตัวเองด้วยการกินทองหยอดวันละ 20 ลูก แล้วก็ล่อเป๊ปซี่อีกวันละ 1 ลิตรครึ่ง เขาทำอย่างนี้ของเขามา 3-4 เดือนตอนที่เขาเครียดจากการงาน</p>
<p>แล้วมาวันหนึ่งเพื่อนที่ทำงานของเขาซึ่งมีรูปร่างหุ่นเดียวกับเทวินทร์ คืออ้วน ลงพุง และมีนิสัยสวาปามนิยม ก็เกิดมีอาการหัวใจล้มเหลวกะทันหัน ถูกหามส่งโรงพยาบาล นอนอยู่ได้ 2-3 สัปดาห์ก็ม้วยมรณา</p>
<p>เหตุการณ์นี้ซึ่งเกิดต่อหน้าต่อตาของเทวินทร์ทำให้เขาเกิดอาการกลัวขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน กลัวเหมือนกับการเห็นผีมายืนอยู่ต่อหน้าเลยทีเดียว นั่นเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เพราะเผลอไผลเขาอาจตายกะทันหันแบบเพื่อนร่วมงานของเขาก็ได้</p>
<p>&#8220;ผมถึงได้รู้ว่าผมเป็นเบาหวานไปเรียบร้อยแล้วครับ&#8221; เทวินทร์บอกผม &#8220;น้ำตาลในเลือดขึ้นไป 140 ม.ก.% หมอบอกผมว่าให้โอกาสคุมเบาหวานด้วยตัวเองก่อน โดยให้หยุดกินข้าว กินกับข้าวเยอะๆ แล้วก็งดพวกทองหยอดกับเป๊ปซี่ซึ่งผมใช้กินประชดโลกเหล่านั้นด้วย&#8221;</p>
<p>ด้วยความขี้กลัวของเขานั่นแหละ ทำให้เทวินทร์เริ่มควบคุมอาหารโดยเน้นกินกับข้าวและงดอาหารประเภทแป้ง</p>
<p>ด้วยเวลา 3 เดือนเทวินทร์ก็ปรากฏผลในเลือด ดังนี้ :</p>
<p>น้ำตาล 110 ม.ก.%</p>
<p>คอเลสเตอรอล 246 ม.ก.% (150-200 ม.ก.%)</p>
<p>LDL 189 ม.ก.% (&lt;150 ม.ก.%)</p>
<p>เขายังอ้วน และมีอ่อนเพลียเป็นพักๆ เขาใช้ความพยายามต่อไปอีก 3 เดือน ก็ได้ผลเลือดที่ดีขึ้น คือ :</p>
<p>น้ำตาล 100 ม.ก.%</p>
<p>คอเลสเตอรอล 202 ม.ก.%</p>
<p>LDL 135 ม.ก.%</p>
<p>แต่สิ่งที่สร้างความกลัวตายให้กับเทวินทร์เพิ่มขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งคือ เขาเริ่มมีเอนไซม์ตับสูง</p>
<p>AST (SGOT) 32 U/L (&lt;40)</p>
<p>ALT (SGPT) 81 U/L (&lt;40)</p>
<p>ผมเห็นดังนั้นแล้ว จึงแนะนำให้เทวินทร์ลองล้างพิษตับดูบ้าง &#8220;การที่คุณมีน้ำตาลสูงมานาน ร่างกายของคุณจะพยายามปกป้องตัวเองโดยเปลี่ยนน้ำตาลส่วนหนึ่งให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์ แล้วก็ถูกเปลี่ยนต่อไปเป็นคอเลสเตอรอลด้วย โดยเฉพาะ LDL คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีกับสุขภาพ</p>
<p>&#8220;ไขมันที่เกินมาในกระแสเลือดเมื่อไหร่ผ่านตับ ตับจะพยายามขจัดไขมันเหล่านั้น วิธีการหนึ่งที่ตับพยายามจะทำก็คือ ลดการสังเคราะห์ไขมันขึ้นเอง และขณะเดียวกันก็พยายามเก็บรับไขมันออกจากกระแสเลือด นั่นก็คือ ดึงเอาไขมันเข้าไปอยู่ภายในเซลล์ตับเอง นานๆ เข้าจะทำให้เซลล์ไขมันพอกพูนด้วยไขมัน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าภาวะไขมันพอกตับ</p>
<p>&#8220;ไขมันที่พอกตับนี้ เป็นเหตุขัดขวางการทำงานของเซลล์ตับเอง สุดท้ายก็เกิดการอักเสบ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่มีเอนไซม์ตับที่เพิ่มสูงขึ้น&#8221;</p>
<p>ผมอธิบาย ด้วยหวังว่าจากความเข้าใจจะทำให้คุณเทวินทร์มีสติดีขึ้น และลดความตื่นกลัวลงไป</p>
<p>วิธีแก้ปัญหาด้วยธรรมชาติบำบัดจึงควรใช้การล้างพิษตับและท่อน้ำดีมาแก้ปัญหานี้ เราสามารถทำการล้างพิษตับอย่างย่อได้ ด้วยเวลา 5 วัน โดยมีวิธีดังนี้ :</p>
<p>วันที่ 1-3 ให้กินมังสวิรัติ โดยมื้อเช้ากินข้าวต้ม มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นกินข้าวสวย แกงจืด และผักลวกจิ้มน้ำพริก ขณะเดียวกัน ต้องกินแอปเปิ้ลเขียววันละ 6 ลูก เป็นข้อบังคับ ทุกเย็นให้กินน้ำมันละหุ่ง 1 ช้อนโต๊ะพร้อมกับน้ำอุ่น 2 แก้ว ซึ่งจะทำให้วันรุ่งขึ้นขับถ่ายได้สะดวกมาก ในทุกวันให้สวนกาแฟด้วย</p>
<p>วันที่ 4 ให้กินมังสวิรัติ โดยที่ทั้งมื้อเช้าและมื้อเที่ยงให้กินเป็นข้าวต้ม มื้อเย็นให้ดื่มแต่น้ำแอปเปิ้ล ขณะเดียวกัน ให้เริ่มกระบวนการระบายท้องและขับนิ่วและลอกไขมันออกจากตับและท่อน้ำดี</p>
<p>วิธีการก็คือ ให้กินสารละลายดีเกลือ (แมกนีเซียมซัลเฟต) 3 ช้อนโต๊ะละลายในน้ำ 3 แก้วแล้วแบ่งให้เป็น 4 แก้ว ดื่ม 1 แก้วเมื่อเวลา 18:00 น. แล้วดื่มแก้วที่ 2 เมื่อเวลา 20:00 น.</p>
<p>จากนั้นผสมน้ำมันมะกอก 1/2 แก้ว กับน้ำส้มคั้น 1/4 แก้ว กับน้ำมะนาว 1/4 แก้ว คนให้เข้ากันแล้วให้ไปยืนอยู่ข้างเตียงนอนเมื่อเวลา 22:00 น. ดื่มให้หมดทันที จากนั้นนอนหงาย ถ้าหลับได้ก็ให้หลับไปเลย ระหว่างนั้นถ้ารู้สึกอย่างถ่ายก็ให้ลุกไปถ่าย ถ่ายเสร็จแล้วกลับมานอนลงบนเตียงไปเลย ไม่มีการใช้ท่านั่งตลอดคืนนั้น มีแต่นอนราบบนเตียง กับการนั่งส้วมเพื่อถ่ายเท่านั้น</p>
<p>วันที่ 5 ตื่นแต่เช้า ให้กินน้ำดีเกลือแก้วที่ 3 เมื่อเวลา 06:00 น. และแก้วที่ 4 เมื่อเวลา 08:00 น. ระหว่างนั้นถ้าอยากถ่ายก็ให้ไปถ่ายได้</p>
<p>ตลอดคืนวันที่ 4 ไปถึงเช้าวันที่ 5 เมื่อมีอาการถ่ายให้สังเกตผลิตภัณฑ์ในโถส้วมของตนเอง จะเห็นว่าถ่ายออกมาเป็นกากอาหารจำพวกผักและกากแอปเปิ้ลมากมาย ถ่ายเสร็จอย่าชักโครกทันที ให้ใช้น้ำราดเบาๆ เพื่อไล่กากอาหารลงไป จะเหลือแต่ผลิตภัณฑ์บางส่วนลอยหน้าอยู่เหนือน้ำในโถส้วม บางทีก็จะเห็นคราบน้ำมันลอยอยู่เป็นฝา บางทีก็จะเห็นชิ้นส่วนสีเขียวมรกต หรืออาจถูกหุ้มด้วยกากอาหารเป็นสีเขียวขี้ม้า เมื่อเขี่ยดูจะพบว่าข้างในเป็นสีเขียวมรกต</p>
<p>นั่นคือ น้ำดีที่เริ่มจับตัวเป็นนิ่ว ในลักษณะนิ่มหยุ่นๆ เหมือนยางลบ</p>
<p>ถ้าได้ผลิตภัณฑ์ในลักษณะคราบน้ำมัน หรือชิ้นส่วนสีเขียวมรกต แสดงว่าคุณได้ขับเศษซากของไขมันที่เริ่มจับตัวอยู่ตามท่อน้ำดีในตับออกมาแล้วจำนวนหนึ่ง บ้างก็เป็นนิ่วที่อ่อนตัวลง จากการกินแอปเปิ้ลเขียวมาหลายวัน</p>
<p>เทวินทร์ปฏิบัติการล้างพิษตับ 5 วัน เขาดีใจมากเมื่อมาพบผม โดยเอาภาพถ่ายผลิตภัณฑ์ของตัวเองมาให้ผมดู ปรากฏเป็นก้อนผลิตภัณฑ์สีเขียวมรกตเล็กบ้างใหญ่บ้างจำนวนมากมาย มีคราบไขมันจับอยู่รอบ ผมทำการตรวจเลือดของเขาอีกครั้งหนึ่งปรากฏผลดังนี้คือ :</p>
<p>น้ำตาล 96 ม.ก.%</p>
<p>คอเลสเตอรอล 194 ม.ก.%</p>
<p>LDL 110 ม.ก.%</p>
<p>AST (SGOT) 41U/L (&lt;40)</p>
<p>ALT (SGPT) 57 U/L (&lt;40)</p>
<p>จะเห็นได้ว่า น้ำตาลและไขมันของเขาซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติอยู่แล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เอนไซม์ตับของเทวินทร์ปรับตัวเข้าหาสภาวะปกติอย่างรวดเร็ว ด้วยเวลาเพียง 5 วันของการล้างพิษตับ แปลว่าภาวะที่เริ่มมีตับอักเสบซึ่งน่าจะมาจากไขมันพอกตับ ได้กลับคืนเข้าใกล้เคียงสภาวะปกติด้วยเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ยา</p>
<p>ขอให้ความกลัวครั้งต่อไปของคุณ จงเป็นอย่างเทวินทร์ ที่กลัวแล้วได้ประโยชน์กับสุขภาพ ละกัน</p>
<p> &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>บทความนี้ดีมาก ๆ พอดีตรงกับใจที่กำลัง ใช้สูตรลดความอ้วน และ อยากล้างพิษให้กับร่างกาย ด้วยตัวเลขคลอเรสเตอร์รอล ใกล้เคียงกับของคุณ เทวินทร์ เลย ยังดีที่น้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 90 เนื่องจากระวังมา 1 ปีแล้ว</p>
<p>หวังว่าบทความนี้จะได้ช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี หันมามอง หมั่นตรวจร่างกายตนเองมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ขอบพระคุณ เจ้าของบทความมา ณ โอกาสนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/712/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้หญิงรูปร่าง &#8220;ทรงลูกแพร์&#8221; เสี่ยงต่ออาการสมองเสื่อม มากกว่าผู้หญิงอ้วน</title>
		<link>http://www.mimistory.com/704/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/704/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 14:25:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=704</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:57:10 น. วารสารสมาคมการศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยสูงอายุของอเมริกา ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสต์เทิร์น ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ว่ารูปร่างของผู้หญิงอาจมีอิทธิพลต่อความทรงจำของพวกเธอเองว่าดีแค่ไหน โดยนักวิจัยกล่าวว่า แม้ว่าการแบกน้ำหนักที่เกินพิกัดไปไหนมาไหนจะทำให้การทำงานของสมองของหญิงชราด้อยลง แต่การมีสะโพกที่ใหญ่เกินไปก็อาจส่งผลเสียยิ่งกว่านั้น โดยจากผลการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีรูปร่าง &#8220;ทรงแอปเปิ้ล&#8221; จะมีสุขภาพที่ดีกว่าผู้หญิงที่มีรูปร่าง &#8220;ทรงลูกแพร์&#8221; แต่การที่มีไขมันสะสมบริเวณเอวมากเกินไป ก็ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจเพิ่มขึ้น จากผลการวิจัยพบว่า การให้ความสำคัญกับการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับพอดี จะช่วยทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจดีขึ้น โดยความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยในบางกรณี อาจเกิดจากการมีน้ำหนักตัวมากเกินไป อาทิ โรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือด และการอักเสบในอวัยวะส่วนต่างๆ ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าเป็นสาเหตุให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อมในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตามผลการศึกษาครั้งล่าสุด แนะนำว่าการมี &#8220;ไขมัน&#8221; เพิ่มขึ้นเล็กน้อยบริเวณรอบเอวอาจจะช่วยป้องกันอาการทางสมองบางอย่างได้ นักวิจัยเชื่อว่า ไขมันบริเวณหน้าท้อง ทำให้ฮอร์โมน &#8220;เอสโตรเจน&#8221; ในเพศหญิงเพิ่มขึ้น ซึ่งปกติแล้วจะลดลงเองตามธรรมชาติหลังจากที่ผู้หญิงก้าวเข้าสู่ &#8220;วัยหมดประจำเดือน&#8221; โดยสารเอสโตรเจน เชื่อว่าจะช่วยป้องกันให้การเสื่อมถอยที่เกี่ยวกับกระบวนการการรับรู้ของสมองลดลง จากการทดลองในสตรีวัย 65-79 ปี จำนวน 8,745 คน ซึ่งทำการทำแบบทดสอบความจำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2010/07/12791734781279173577l.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-705" title="ภาพเปรียบเทียบรูปร่างแบบ แอปเปิ้ล และลูกแพร์" src="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2010/07/12791734781279173577l.jpg" alt="ภาพเปรียบเทียบรูปร่างแบบ แอปเปิ้ล และลูกแพร์" width="640" height="417" /></a>ขอบคุณที่มา <a href="http://www.matichon.co.th">มติชนออนไลน์ </a>วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:57:10 น.</p>
<p>วารสารสมาคมการศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยสูงอายุของอเมริกา ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสต์เทิร์น ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ว่ารูปร่างของผู้หญิงอาจมีอิทธิพลต่อความทรงจำของพวกเธอเองว่าดีแค่ไหน โดยนักวิจัยกล่าวว่า แม้ว่าการแบกน้ำหนักที่เกินพิกัดไปไหนมาไหนจะทำให้การทำงานของสมองของหญิงชราด้อยลง แต่การมีสะโพกที่ใหญ่เกินไปก็อาจส่งผลเสียยิ่งกว่านั้น โดยจากผลการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีรูปร่าง &#8220;ทรงแอปเปิ้ล&#8221; จะมีสุขภาพที่ดีกว่าผู้หญิงที่มีรูปร่าง &#8220;ทรงลูกแพร์&#8221; แต่การที่มีไขมันสะสมบริเวณเอวมากเกินไป ก็ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจเพิ่มขึ้น</p>
<p>จากผลการวิจัยพบว่า การให้ความสำคัญกับการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับพอดี จะช่วยทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจดีขึ้น โดยความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยในบางกรณี อาจเกิดจากการมีน้ำหนักตัวมากเกินไป อาทิ โรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือด และการอักเสบในอวัยวะส่วนต่างๆ ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าเป็นสาเหตุให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อมในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตามผลการศึกษาครั้งล่าสุด แนะนำว่าการมี &#8220;ไขมัน&#8221; เพิ่มขึ้นเล็กน้อยบริเวณรอบเอวอาจจะช่วยป้องกันอาการทางสมองบางอย่างได้</p>
<p>นักวิจัยเชื่อว่า ไขมันบริเวณหน้าท้อง ทำให้ฮอร์โมน &#8220;เอสโตรเจน&#8221; ในเพศหญิงเพิ่มขึ้น ซึ่งปกติแล้วจะลดลงเองตามธรรมชาติหลังจากที่ผู้หญิงก้าวเข้าสู่ &#8220;วัยหมดประจำเดือน&#8221;</p>
<p>โดยสารเอสโตรเจน เชื่อว่าจะช่วยป้องกันให้การเสื่อมถอยที่เกี่ยวกับกระบวนการการรับรู้ของสมองลดลง จากการทดลองในสตรีวัย 65-79 ปี จำนวน 8,745 คน ซึ่งทำการทำแบบทดสอบความจำ และผ่านการวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนัก และนำมาประมวลเป็นผลที่เรียกว่า &#8220;ดัชนีมวลรวมร่างกาย หรือ บีเอ็มไอ&#8221; พบว่ากว่าสองในสามของผู้เข้ารับการทดสอบทั้งหมด มีน้ำหนักเกิน โดยพบว่าทุกๆการเพิ่มหนึ่งหน่วยของบีเอ็มไอ คะแนนด้านความทรงจำก็จะลดลงหนึ่งคะแนนด้วยเช่นกัน และผู้หญิงที่มีรูปร่าง &#8220;ทรงลูกแพร์&#8221; ที่มีขนาดเอวเล็กแต่มีขนาดสะโพกที่ค่อนข้างใหญ่ พบว่ามีระดับคะแนนที่ต่ำมาก และไขมันก็มีผลต่อการก่อตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ หรือการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ</p>
<p>โดยเป็นที่ทราบกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่า ชนิดของไขมันที่ต่างกัน จะสร้างประเภทของฮอร์โมนที่ต่างกันไปด้วย มีมีผลกระทบต่างๆกันต่อภาวะต้านทานของสารอินซูลิน สารอินทรีย์จำพวกไขมัน และความดันเลือด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/704/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท โรคร้าย! รักษาผิด-เจ็บตัวฟรี</title>
		<link>http://www.mimistory.com/700/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/700/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Dec 2009 16:21:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพดีมีบุญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=700</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณที่มา ไทยรัฐออนไลน์ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตมนุษย์เงินเดือนนั่งทำงานในออฟฟิศ หรือแม้การนั่งขับรถอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานานๆ ทำให้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะออกกำลังกายเป็นประจำได้ เมื่อเวลาผ่านไปมักมีอาการปวดตามบ่า ไหล่ สะโพก ปวดร้าวถึงปลามือ ปลายขา บางรายชาที่ปลายมือปลายเท้าด้วย ทุกข์ทรมานแสนสาหัส อาการเหล่านี้ทางการแพทย์เรียกว่า &#8220;โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท&#8221; โรคกล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาทจะมีอาการปวดร้าวและชา ไปตามแขนหรือขา อาการคล้ายกับโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดกระดูกสันหลังยังแยกสองโรคออกได้ไม่ 100% ถ้าซักประวัติละเอียดจะพบว่า ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อนี้จะมีอาการปวดบริเวณสะโพกนำมาก่อน และค่อยๆ ลามลงขาไปจนถึงปลายเท้า หรือปวดบริเวณคอหัวไหล่ แล้วค่อยๆ ลามไปถึงปลายแขน อาการรุนแรงกว่าโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสียอีก &#8220;บางรายจะปวดมากจนนอนไม่หลับ เวลาเปลี่ยนอิริยาบถเริ่มเดินแรกๆ มักจะปวดสะโพกลงขา แต่พบเดินๆ ไประยะทางหนึ่งจะค่อยๆ หายปวดขา ถ้าเป็นที่กล้ามเนื้อต้นคอ เวลาขยับกล้ามเนื้อคอจะมีอาการปวดเสียวอย่างแรงเหมือนไฟฟ้าช็อตที่แขน อาการนี้คล้ายกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมาก&#8221; นาวาอากาศเอก นพ.ทายาท บูรณกาล ผู้อำนวยการศูนย์รวมการรักษากระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพ (Bangkok Hospital Comprehensive Spine Center) ให้ความชัดเจนในเรื่องนี้ โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท อาการคล้าย &#8220;โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท&#8221; ต้องวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ ออกไป โดยการทำเอ็มอาร์ไอที่กระดูกสันหลังดูด้วยว่ามีโรคทางกระดูกสันหลังหรือไม่ พบบ่อยว่าทั้งสองโรคสามารถเกิดร่วมกันได้เสมอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณที่มา <a href="http://www.thairath.co.th/?page=main">ไทยรัฐออนไลน์</a></p>
<p>คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตมนุษย์เงินเดือนนั่งทำงานในออฟฟิศ หรือแม้การนั่งขับรถอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานานๆ ทำให้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะออกกำลังกายเป็นประจำได้ เมื่อเวลาผ่านไปมักมีอาการปวดตามบ่า ไหล่ สะโพก ปวดร้าวถึงปลามือ ปลายขา บางรายชาที่ปลายมือปลายเท้าด้วย ทุกข์ทรมานแสนสาหัส อาการเหล่านี้ทางการแพทย์เรียกว่า &#8220;โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท&#8221;</p>
<p>โรคกล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาทจะมีอาการปวดร้าวและชา ไปตามแขนหรือขา อาการคล้ายกับโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดกระดูกสันหลังยังแยกสองโรคออกได้ไม่ 100% ถ้าซักประวัติละเอียดจะพบว่า ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อนี้จะมีอาการปวดบริเวณสะโพกนำมาก่อน และค่อยๆ ลามลงขาไปจนถึงปลายเท้า หรือปวดบริเวณคอหัวไหล่ แล้วค่อยๆ ลามไปถึงปลายแขน อาการรุนแรงกว่าโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสียอีก<br />
<span id="more-700"></span><br />
&#8220;บางรายจะปวดมากจนนอนไม่หลับ เวลาเปลี่ยนอิริยาบถเริ่มเดินแรกๆ มักจะปวดสะโพกลงขา แต่พบเดินๆ ไประยะทางหนึ่งจะค่อยๆ หายปวดขา ถ้าเป็นที่กล้ามเนื้อต้นคอ เวลาขยับกล้ามเนื้อคอจะมีอาการปวดเสียวอย่างแรงเหมือนไฟฟ้าช็อตที่แขน อาการนี้คล้ายกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมาก&#8221; นาวาอากาศเอก นพ.ทายาท บูรณกาล ผู้อำนวยการศูนย์รวมการรักษากระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพ (Bangkok Hospital Comprehensive Spine Center) ให้ความชัดเจนในเรื่องนี้</p>
<p>โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท อาการคล้าย &#8220;โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท&#8221; ต้องวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ ออกไป โดยการทำเอ็มอาร์ไอที่กระดูกสันหลังดูด้วยว่ามีโรคทางกระดูกสันหลังหรือไม่  พบบ่อยว่าทั้งสองโรคสามารถเกิดร่วมกันได้เสมอ และต้องระวังอย่านำผู้ป่วยที่ปวดอย่างรุนแรงไปผ่าตัดเร็วเกินไป เพราะการผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อเหล่านี้คลายตัวได้</p>
<p>กล้ามเนื้อที่พบบ่อยว่ามีการหนีบทับเส้นประสาทส่วนขา คือ กล้ามเนื้อที่มีชื่อว่า พิริฟอร์มิส (Piriformis) จึงมีผู้ใช้ชื่อโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทขาว่า &#8220;พิริฟอร์มิสซินโดรม&#8221; (Pirifomis Syndrome) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร้าวตามขาเรื้อรัง ปวดสะโพกบริเวณที่นั่งทับ อาจจะมีอาการเล็กน้อย จนถึงขั้นรุนแรง และเดินไม่ได้ ผู้ป่วยบางรายได้รับการทำเอ็มอาร์ไอ หวังว่าจะพบกระดูกทับเส้น แต่พบว่ากระดูกสันหลังปกติทังหมด ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ที่โชคร้ายกว่านั้น คือ ผู้ป่วยบางรายผลเอ็มอาร์ไอมีหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือผิดปกติเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความปวดทำให้ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดที่กระดูกสันหลังไป แต่ไม่หายปวด!! เป็นเพราะกล้ามเนื้อหนีบทับเส้นประสาท</p>
<p>ผู้ป่วยที่มีอาการปวดขา มีลักษณะคล้ายการปวดตามแนวของเส้นประสาท จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวินิจฉัยแยกโรค &#8220;กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท&#8221; ร่วมด้วยเสมอ หากรักษาโรคกล้ามเนื้อก่อนแล้ว จะทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่ต้องถูกผ่าตัดโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหา &#8220;ผ่าตัดแล้วไม่หายปวด&#8221; ดังกล่าวแล้วได้ โดยแพทย์ผู้ชำนาญทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation) จะเป็นผู้ที่ทำการรักษาสภาวะผิดปกตินี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ป่วยทุกรายควรจะได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อแยกโรคทางกล้ามเนื้อออกเสียก่อนที่จะตัดสินใจผ่าตัด ทางการแพทย์เรียกการรักษาผู้ป่วยร่วมกันระหว่าง ศัลยแพทย์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รวมทั้งแพทย์สาขาอื่นๆ นี้ว่าการักษาแบบคอมพรีเฮนซีฟ แอพโพรช</p>
<p>พญ.สุชีลา จิตสาโรจิตโต ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวเสริมว่า กล้ามเนื้อของมนุษย์มีประมาณ 600 มัด เปรียบเสมือนเป็นมอเตอร์ให้ร่างกายของมนุษย์ขับเคลื่อนไปได้ทำงานตลอดเวลาไม่มีพักจึงป่วยได้ โดยส่งสัญญาณอาการปวดร้างตามร่างกายส่วนต่างๆ เพราะปกติกล้ามเนื้อของคนจะเสื่อมลงเฉลี่ยนปีละ 1 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่โชคร้ายแม้เอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไอก็ไม่สามารถเห็จอาการป่วยของกล้ามเนื้อนี้ได้</p>
<p>&#8220;กล้ามเนื้อของมุษย์นั้น มีลักษณะเฉพาะตัว คือ แข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นได้ หากอันใดอันหนึ่งทำงานไม่ปกติมีการตึงตัวหรือยืดหยุ่นน้อยลง ก็สามารถสร้างความเจ็บปวดขึ้นมาได้ ดั้งนั้นในการฟื้นฟูและการบำบัดนั้นในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงมากนัก ต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวด และคลายกล้ามเนื้อ เช่น การใช้ความร้อนทั้งแบบพื้นผิว หรือแบบลึกไปสู่กล้ามเนื้อชั้นลึก หรือแม้กระทั่งการใช้ไฟฟ้ากระตุ้น หรือการฝังเข็มให้กล้ามเนื้อคลายตัว แต่ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&#8221; พญ.สุชีลา กล่าว</p>
<p>โรคร้าย! นี้ ไม่สามารถตรวจพบโดยเครื่องมือใดๆ และเป็นโรคที่เป็น  &#8220;ยาดำ&#8221; แฝงตัวอยู่ในภาวะผิดปกติของกระดูกสันหลังส่วนคอและส่วนเองได้เสมอๆ ต้องระลึกก่อนลงมือผ่าตัด ไม่เช่นั้น ผู้ป่วยอาจจะต้องเจ็บตัวฟรีๆ คือผ่าตัดแล้วอาการปวดยังเหมือนเดิม</p>
<p>ที่มา : นาวาอากาศเอก นพ.ทายาท บูรณกาล</p>
<p>http://www.bangkokhospital.com</p>
<p>http://www.bangkokhealth.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/700/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตำรวจเปรูจับเครือข่ายฆ่า-รีดไขมันมนุษย์ผลิตเครื่องสำอาง</title>
		<link>http://www.mimistory.com/698/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%86.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/698/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%86.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2009 08:25:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=698</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณที่มา วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 13:16:54 น. มติชนออนไลน์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ว่า ตำรวจได้จับกุมและตั้งข้อหาขบวนการขโมยไขมันมนุษย์ด้วยการสังหารเหยื่อ เพื่อนำไปขายในตลาดมืด โดยมีเหยื่อ 5 ราย ถูกสังหาร และพบขวดบรรจุไขมันเหลว ซึ่งมีมูลค่าแกลลอนละ 60,000 ดอลลาร์ รายงานระบุว่า ในการแถลงข่าว ตำรวจได้โชว์ขวดไขมันจำนวน 2 ขวด ของเหยื่อ และรูปศรีษะเน่าของเหยื่อชายรายหนึ่งอายุ 27 ปี และว่า คนร้ายได้สารภาพว่า ได้ตัดศีรษะ แขน และขา และคว้านอวัยวะของเหยื่อ ก่อนจะแขวนลำตัวเหยื่อด้วยตะขอ และนำเทียนมารนเอาไขมันจากร่างเหยื่อเพื่อบรรจุกระป๋อง อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องสงสัยว่า เครือข่ายดังกล่าวได้ขายไขมันให้แก่บริษัทเครื่องสำอางในยุโรป ข่าวนี้ ต้องอ่านจบถึงจะรู้ว่าเกี่ยวกับ พวกเราสาว ๆ ขนาดไหน &#8220;ขายไขมันให้แก่บริษัทเครื่องสำอางค์ในยุโรป&#8230;.แง&#8230;.กรี๊ด&#8230;..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณที่มา วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 13:16:54 น.  <a href="http://matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1258697838&#038;grpid=&#038;catid=08">มติชนออนไลน์</a></p>
<p>สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ว่า ตำรวจได้จับกุมและตั้งข้อหาขบวนการขโมยไขมันมนุษย์ด้วยการสังหารเหยื่อ เพื่อนำไปขายในตลาดมืด โดยมีเหยื่อ 5 ราย ถูกสังหาร และพบขวดบรรจุไขมันเหลว ซึ่งมีมูลค่าแกลลอนละ 60,000 ดอลลาร์ </p>
<p>รายงานระบุว่า ในการแถลงข่าว ตำรวจได้โชว์ขวดไขมันจำนวน 2 ขวด ของเหยื่อ และรูปศรีษะเน่าของเหยื่อชายรายหนึ่งอายุ 27 ปี และว่า คนร้ายได้สารภาพว่า ได้ตัดศีรษะ แขน และขา และคว้านอวัยวะของเหยื่อ ก่อนจะแขวนลำตัวเหยื่อด้วยตะขอ และนำเทียนมารนเอาไขมันจากร่างเหยื่อเพื่อบรรจุกระป๋อง อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องสงสัยว่า เครือข่ายดังกล่าวได้ขายไขมันให้แก่บริษัทเครื่องสำอางในยุโรป </p>
<p>ข่าวนี้ ต้องอ่านจบถึงจะรู้ว่าเกี่ยวกับ พวกเราสาว ๆ ขนาดไหน &#8220;ขายไขมันให้แก่บริษัทเครื่องสำอางค์ในยุโรป&#8230;.แง&#8230;.กรี๊ด&#8230;..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/698/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%86.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาวไทยขยาด ตายวันละ9ศพ มะเร็งปากมดลูก</title>
		<link>http://www.mimistory.com/691/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b09%e0%b8%a8%e0%b8%9e-%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/691/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b09%e0%b8%a8%e0%b8%9e-%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Nov 2009 04:37:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรคมะเร็งปากมดลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=691</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณที่มา ไทยรัฐออนไลน์ อธิบดีกรมอนามัย เผยรายงาน สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบสถิติหญิงไทย เป็นมะเร็งปากมดลูก อันดับหนึ่ง คาดประมาณว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 5 แสนรายต่อปี เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับสตรีทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนานับเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง จากการคาดประมาณว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 5 แสนรายต่อปี ในแต่ละปีมีอัตราเสียชีวิตมากกว่าร้อยละ 50 สำหรับประเทศไทยโรคมะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับหนึ่งของสตรีและเสียชีวิต ถึงวันละ 9 คน จากรายงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากการคาดประมาณในช่วงปีพ.ศ. 2533-2551 พบว่าผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 4,353 ราย ในปี พ.ศ. 2533 เพิ่มขึ้นเป็น 9,747 รายในปี พ.ศ. 2551 โดยมีอัตราการเกิดโรค 24.7 ต่อประชากร 100,000 ราย พบอัตราการเกิดโรคสูงสุดในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทยและว่านับเป็น ความโชคดีของสตรีไทยที่องค์กรจาไปโก้: JHPIEGO (John Hopkins University [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณที่มา <a href="http://www.thairath.co.th/content/edu/46574">ไทยรัฐออนไลน์</a></p>
<p><div id="attachment_692" class="wp-caption alignleft" style="width: 408px"><a href="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2009/11/cervic_cancer1.png"><img src="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2009/11/cervic_cancer1.png" alt="การตรวจมะเร็งปากมดลูก การตรวจภายในสตรี" title="cervic_cancer1" width="398" height="299" class="size-full wp-image-692" /></a><p class="wp-caption-text">การตรวจมะเร็งปากมดลูก การตรวจภายในสตรี</p></div><br />
<div id="attachment_694" class="wp-caption alignleft" style="width: 185px"><a href="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2009/11/cervic_cancer21.jpg"><img src="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2009/11/cervic_cancer21.jpg" alt="การตรวจมะเร็งปากมดลูก การป้ายเซลล์ไปตรวจมะเร็งปากมดลูก" title="cervic_cancer2" width="175" height="237" class="size-full wp-image-694" /></a><p class="wp-caption-text">การตรวจมะเร็งปากมดลูก การป้ายเซลล์ไปตรวจมะเร็งปากมดลูก</p></div>อธิบดีกรมอนามัย เผยรายงาน สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบสถิติหญิงไทย เป็นมะเร็งปากมดลูก อันดับหนึ่ง คาดประมาณว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 5 แสนรายต่อปี</p>
<p>เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับสตรีทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนานับเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง จากการคาดประมาณว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 5 แสนรายต่อปี ในแต่ละปีมีอัตราเสียชีวิตมากกว่าร้อยละ 50 สำหรับประเทศไทยโรคมะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับหนึ่งของสตรีและเสียชีวิต ถึงวันละ 9 คน  จากรายงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่มีแนวโน้มสูงขึ้น </p>
<p>จากการคาดประมาณในช่วงปีพ.ศ. 2533-2551 พบว่าผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 4,353 ราย ในปี พ.ศ. 2533 เพิ่มขึ้นเป็น 9,747 รายในปี พ.ศ. 2551 โดยมีอัตราการเกิดโรค 24.7 ต่อประชากร 100,000 ราย พบอัตราการเกิดโรคสูงสุดในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทยและว่านับเป็น ความโชคดีของสตรีไทยที่องค์กรจาไปโก้: JHPIEGO (John Hopkins University Nonprofit Affiliate) เป็นองค์การนานาชาติที่ไม่แสวงหากำไรเพื่อสุขภาพของสตรีและครอบครัว ได้เห็นความสำคัญและให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติที่สอดคล้องกับท้องถิ่นแก่ประเทศไทย โดยประสานการดำเนินงานร่วมกับกรมอนามัยในฐานะหน่วยงานหลักที่ดำเนินการด้าน อนามัยการเจริญพันธุ์ของประเทศไทยเป็นเวลากว่า 10 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา เพื่อต้องการงบประมาณในการสนับสนุนโครงการศึกษาวิจัยการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกครบวงจร หาเงินช่วยหญิงไทยห่างไกลมะเร็งปากมดลูก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/691/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b09%e0%b8%a8%e0%b8%9e-%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มีมี่&#8230;อิสแดทยู?</title>
		<link>http://www.mimistory.com/687/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b9.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/687/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b9.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2009 14:34:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=687</guid>
		<description><![CDATA[Mimibook ? &#8220;จะเอาชื่อนี้จริง ๆ หรือ&#8221; หลาย คนถาม ทัก &#8220;ก็จริงสิ ทำไมล่ะ ไม่เพราะหรือ&#8221; &#8220;เพราะดี แต่ว่า มันจำกัดคนเข้าเว็บเป็นหญิงหมดเลยนะ&#8221; &#8220;ก็ไม่เป็นไร เราชอบชื่อนี้&#8221; หลายคนเคยถาม ไม่ใช่หลายคนนะ ทุกคนเลย เคยถามว่า ทำไมอยากตั้งชื่อเว็บแรกของตัวเองว่า www.mimibook.com แต่มีไม่กี่คนที่จะรู้ว่าเราตั้งชื่อ มีมี่บุ๊คให้เว็บ(ที่ตั้งใจจะให้เป็นร้าน)หนังสือ แห่งแรกของเรา ก็เพราะว่าเป็นชื่อที่เรากับสามีตั้งใจว่าจะเรียกลูกสาว ที่เราคาด(เดากันไปเอง)ว่าจะลืมตาดูโลกในปีนี้ เราไม่สนใจว่าคนจะเข้ามามากน้อยแค่ไหน แต่อยากมีที่ ๆ เผยแผ่งานเขียนเก่าแก่กับที่กำลังจะเขียน รวมทั้งรวบรวมข้อมูลความเคลื่อนไหวของวงการนักเขียนนักอ่าน วงการหนังสือ ใส่เว็บบอร์ดเข้าไว้ให้เป็นพื้นที่ ๆ เพื่อน ๆ เข้่ามาคุยมาใช้พบปะกันบ้าง ก็เท่านั้น หรือหากจะไม่มีใครเข้่ามาดูเลย ไม่มีใครเข้ามาใช้งานเลย เพราะเราไม่ได้ไปโปรโมทเว็บที่ไหน หรือบอกใคร ๆ มากนัก ก็ไม่เป็นไร อ่านอยู่คนเดียวก็สนุกได้&#8230; แต่&#8230;คนลิขิต หรือจะสู้ฟ้าลิขิต&#8230;เราตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 เดือนเมษายน ปลายเดือนพฤษภาคม ลูกก็ตัดสินใจด้วยตัวเองว่ายังไม่พร้อมที่จะลืมตาดูโลก&#8230; เสียใจ&#8230;แน่นอน ซึมเศร้าไปเป็นปีเลย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Mimibook ? </p>
<p>&#8220;จะเอาชื่อนี้จริง ๆ หรือ&#8221; หลาย  คนถาม ทัก<br />
&#8220;ก็จริงสิ ทำไมล่ะ ไม่เพราะหรือ&#8221;<br />
&#8220;เพราะดี แต่ว่า มันจำกัดคนเข้าเว็บเป็นหญิงหมดเลยนะ&#8221;<br />
&#8220;ก็ไม่เป็นไร เราชอบชื่อนี้&#8221;</p>
<p>หลายคนเคยถาม ไม่ใช่หลายคนนะ ทุกคนเลย เคยถามว่า ทำไมอยากตั้งชื่อเว็บแรกของตัวเองว่า <a href="http://www.mimibook.com">www.mimibook.com </a> แต่มีไม่กี่คนที่จะรู้ว่าเราตั้งชื่อ  มีมี่บุ๊คให้เว็บ(ที่ตั้งใจจะให้เป็นร้าน)หนังสือ แห่งแรกของเรา ก็เพราะว่าเป็นชื่อที่เรากับสามีตั้งใจว่าจะเรียกลูกสาว ที่เราคาด(เดากันไปเอง)ว่าจะลืมตาดูโลกในปีนี้ เราไม่สนใจว่าคนจะเข้ามามากน้อยแค่ไหน แต่อยากมีที่ ๆ เผยแผ่งานเขียนเก่าแก่กับที่กำลังจะเขียน รวมทั้งรวบรวมข้อมูลความเคลื่อนไหวของวงการนักเขียนนักอ่าน วงการหนังสือ ใส่เว็บบอร์ดเข้าไว้ให้เป็นพื้นที่ ๆ เพื่อน ๆ เข้่ามาคุยมาใช้พบปะกันบ้าง ก็เท่านั้น หรือหากจะไม่มีใครเข้่ามาดูเลย ไม่มีใครเข้ามาใช้งานเลย เพราะเราไม่ได้ไปโปรโมทเว็บที่ไหน หรือบอกใคร ๆ มากนัก ก็ไม่เป็นไร อ่านอยู่คนเดียวก็สนุกได้&#8230;</p>
<p>แต่&#8230;คนลิขิต หรือจะสู้ฟ้าลิขิต&#8230;เราตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 เดือนเมษายน ปลายเดือนพฤษภาคม ลูกก็ตัดสินใจด้วยตัวเองว่ายังไม่พร้อมที่จะลืมตาดูโลก&#8230;</p>
<p>เสียใจ&#8230;แน่นอน ซึมเศร้าไปเป็นปีเลย แต่เรามีลูกชายสองคนที่รอคอยเราอยู่ แม้จะโศกเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ต้องรับผิดชอบลิงน้อยตาบ้องแบ๊วที่อยู่ตรงหน้าด้วย</p>
<p>จากวันนั้น ความปวดร้าวจางหายไป เหลือแต่ความเข้าใจในสภาพธรรมชาติ กระนั้น ความอยากได้ลูกสาว ยังคงมีอยู่ มันวนเวียนอยู่ในจิตใจตลอด แต่ความกลัวที่จะเกิดเหตุการเดิมซ้ำรอย มีมากกว่า ยิ่งสามีบอกว่า</p>
<p>&#8220;พี่ห่วงเรื่องสุขภาพของแม่ มากกว่าที่จะอยากเห็นหน้าลูกอีกคน&#8230;น้องอายุใกล้สีสิบแล้ว&#8230;&#8221;</p>
<p>ควรจะซึ้งดีหรือเปล่า แต่ก็ทำให้เรายกเลิกมีมี่โปรเจ็คหันมาเริ่มงานเว็บไซต์ มาจนกระทั่งเดือนนี้ที่ รู้สึกว่าอาจจะมีโอกาสโดยบังเอิญ ตัวเองอ้วนขึ้นและไม่ลง(อันนี้ไม่แน่ใจนัก เพราะแค่เดือนเดียวและเราก็ทานกระหน่ำ มิดไนท์เซล&#8230;) และรู้สึกว่าหน้าอกหน้าใจมันขยับขยายนิด ๆ รวมทั้งความรู้สึกเจ็บจิ๊ด ๆ เหมือนมดกัดที่หน้าท้อง ซึ่งเป็นอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ ช่วงที่ไข่ที่ได้รับการผสมจากอสุจิแล้ว เริ่มหากที่เกาะในมดลูก แม่ก็อาจจะมีอาการรู้สึกจึ๊ด ๆ แบบรำคาญ ๆ ได้ เพราะว่าเกาไม่ได้นั่นเอง (อาจจะเข้าข้่างตัวเองนิดหน่อย) ใจจึงคอยนึกอยู่ตลอดเวลาว่า Mimi&#8230;Is that you? </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/687/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b9.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใส่ใจโภชนบำบัด&#8230;รักษามะเร็ง</title>
		<link>http://www.mimistory.com/683/%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b0.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/683/%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b0.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2009 13:54:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[กินดีอยู่ดีชีวีเป็นสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=683</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณที่มา มติชนออนไลน์ เพราะอาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคมะเร็งยิ่งต้องเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เพราะการรักษามะเร็งนั้นต้องใช้ทั้งการฉายแสง เคมีบำบัด และผ่าตัด ซึ่งล้วนมีผลข้างเคียงมาก ดร.กมล ไชยสิทธิ์ นักกำหนดอาหารและนักเภสัชวิทยา ได้แนะนำว่า หลักโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งนั้นจะกำหนดอาหารพลังงานสูง โปรตีนสูง และควรทำอาหารให้ปริมาณน้อยแต่มีพลังงานและคุณค่าทางอาหารสูง เช่น ซุปข้น &#8220;ในระหว่างการรักษาร่างกาย อาหารควรรับประทานง่ายมีพลังงานสูง เช่น โยเกิร์ต ธัญพืชใส่นม แซนด์วิช ซุปข้น และไม่ควรทานอาหารจำพวกที่มีใยอาหารสูง เช่น ข้าวโพดคั่ว ผลไม้สด และผักสด หากท้องเสีย หรือถ้ามีแผลในช่องปากไม่ควรรับประทานอาหารที่มีลักษณะเป็นกรด เช่น น้ำส้ม&#8221; นอกจากนี้ ทางชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ร่วมระดมความคิดและประสบการณ์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยทุกวิถีทาง ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกาย จิตใจ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีกำลังกาย กำลังใจในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ที่สนใจปรึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง พร้อมรับหนังสือประสบการณ์ผู้ป่วยได้ที่ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง โทรศัพท์ 0-2664-0078-9 เลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิต]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณที่มา <a href="http://matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lad02131152&#038;sectionid=0115&#038;day=2009-11-13">มติชนออนไลน์ </a><br />
เพราะอาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคมะเร็งยิ่งต้องเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เพราะการรักษามะเร็งนั้นต้องใช้ทั้งการฉายแสง เคมีบำบัด และผ่าตัด ซึ่งล้วนมีผลข้างเคียงมาก</p>
<p><div id="attachment_684" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><a href="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2009/11/cancerfood.jpg"><img src="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2009/11/cancerfood.jpg" alt="อาหารยามรักษามะเร็ง" title="cancerfood" width="200" height="150" class="size-full wp-image-684" /></a><p class="wp-caption-text">อาหารยามรักษามะเร็ง</p></div>ดร.กมล ไชยสิทธิ์ นักกำหนดอาหารและนักเภสัชวิทยา ได้แนะนำว่า หลักโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งนั้นจะกำหนดอาหารพลังงานสูง โปรตีนสูง และควรทำอาหารให้ปริมาณน้อยแต่มีพลังงานและคุณค่าทางอาหารสูง เช่น ซุปข้น </p>
<p><div id="attachment_685" class="wp-caption alignleft" style="width: 260px"><a href="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2009/11/cancerfood2.jpg"><img src="http://www.mimistory.com/wp-content/uploads/2009/11/cancerfood2.jpg" alt="อาหารยามรักษามะเร็ง" title="cancerfood2" width="250" height="130" class="size-full wp-image-685" /></a><p class="wp-caption-text">อาหารยามรักษามะเร็ง</p></div>&#8220;ในระหว่างการรักษาร่างกาย อาหารควรรับประทานง่ายมีพลังงานสูง เช่น โยเกิร์ต ธัญพืชใส่นม แซนด์วิช ซุปข้น และไม่ควรทานอาหารจำพวกที่มีใยอาหารสูง เช่น ข้าวโพดคั่ว ผลไม้สด และผักสด หากท้องเสีย หรือถ้ามีแผลในช่องปากไม่ควรรับประทานอาหารที่มีลักษณะเป็นกรด เช่น น้ำส้ม&#8221; </p>
<p>นอกจากนี้ ทางชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ร่วมระดมความคิดและประสบการณ์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยทุกวิถีทาง ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกาย จิตใจ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีกำลังกาย กำลังใจในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ที่สนใจปรึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง พร้อมรับหนังสือประสบการณ์ผู้ป่วยได้ที่ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง โทรศัพท์ 0-2664-0078-9</p>
<p>เลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/683/%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b0.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดร.ทอม อู๋ มะเร็งระยะสุดท้าย หายได้จาก&#8221;เมนูธรรมชาติ&#8221;</title>
		<link>http://www.mimistory.com/678/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%8b-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://www.mimistory.com/678/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%8b-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2009 13:47:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มีมี่</dc:creator>
				<category><![CDATA[กินดีอยู่ดีชีวีเป็นสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mimistory.com/?p=678</guid>
		<description><![CDATA[โดย อรชร ตั้งวงษ์เจริญ ขอบคุณที่มา มติชนออนไลน์ ชื่อเสียงเรียงนามของ &#8220;ดร.ทอม อู๋&#8221; อาจจะแปร่ง แปลก ไปจากหูของคนไทย เพราะผู้ชายวัย 73 ปี ผู้นี้เกิดที่ประเทศจีน เคยศึกษาวิชาชี่กงและตำรับ &#8220;ยาลับ&#8221; จากหมอชี่กงผู้เร้นกายท่านหนึ่ง ต่อมาได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนตะวันตกพร้อมกับค้นคว้าวิชาแพทย์ทางเลือก จนสำเร็จการศึกษาเป็นดอกเตอร์ด้านโภชนาการและการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ จากสหรัฐอเมริกา สามสิบปีก่อน ดร.ทอม อู๋ เคยป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 3 เข้ารับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงได้รับคำแนะนำให้หยุดการรักษาและเปลี่ยนมากิน &#8220;อาหารอินทรีย์&#8221; และรักษาด้วย &#8220;วิธีธรรมชาติ&#8221; ทำให้เขาหายขาดจากโรคมะเร็ง จากนั้นเขาจึงตัดสินใจละทิ้งการแพทย์แบบเดิม หันมาศึกษาการแพทย์แนวธรรมชาติและโภชนาการอย่างจริงจัง จนได้ปริญญาที่สหรัฐอเมริกา เคยได้รับเชิญให้ไปแสดงปาฐกถาที่ประเทศต่างๆ มีลูกศิษย์ด้านการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติและการกินอาหารแบบอินทรีย์กระจายอยู่ทั่วโลก ดร.ทอม อู๋ ย้อนความหลังให้ฟัง ว่าเมื่อรู้ว่าป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 3 ก็เข้ารับการรักษาจากหมอ มีการแนะนำให้ผ่าตัดปอดข้างขวาสองกลีบบนทิ้งไป ด้วยความอยากหายจึงตกลงผ่าตัดปอด แต่เมื่ออยู่บนเตียงผ่าตัดเขาพบว่ามะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะอื่นแล้ว จึงต้องเย็บปิดแผล แล้วหมอก็บอกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่เดือน วิธีเดียวที่เหลืออยู่คือ การทำเคมีบำบัด แต่ก็เป็นแค่การยืดชีวิตเท่านั้น &#8220;ผมถามหมอไปว่าจะมีชีวิตอยู่อีกนานแค่ไหนแน่ หมอตอบว่า ไม่ทราบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mimistory.com/678/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%8b-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

