Archive for the ‘ ผลงานของมีมี่ ’ Category
เมื่อลิงมาจับเปียนโน อะไรจะเกิดขึ้น โปรดติดตาม…ว่างจะเข้ามาเล่าค่ะ
สรุปความการเรียนเปียนโนของเด็กชาย ขุนเขา และเด็กชายสันเขา
โพสท์แรกในหัวข้อ “เมื่อลูกสามขวบอยากเล่นเปียนโน” นั้น เจ้าสองเขาอายุได้สามขวบ
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ว่าให้ลูกเรียนแน่นอนก็ต้อง ตัดสินใจว่าจะ “เรียนที่โรงเรียนหรือสถาบันสอนดนตรี” หรือ “เรียนที่บ้าน”
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 5 มิถุนายน 2552 12:41 น. |
ต้องขออนูญาติผู้จัดการออนไลน์มา ณ ที่นี้ อ่านข่าวแล้วตอบหลายสิ่งหลายอยางตอนที่ตั้งครรภ์ได้เลย
ตอนนั้นเคยนึกน้อยใจในโชคชะตาว่า ทำไมหนอ เราไม่มีบุญที่จะได้ท้องแบบเฮฮาแบบดารา นางแบบกับเค้าบ้าง แต่กลับมีอาการ อาเจียน เวียนหัว ไม่สบายตลอดวันไปกระทั่งวันคลอด
ตอนนี้ถือโอกาสว่า ลูกน้อยสองลิงของเราคงจะเป็นเด็กฉลาดนั่นเอง
เนื้อข่าวนะคะ
|
ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วราวสิบโมงกว่าๆ ก็ถึงเวลาที่สองลิงรอคอยหลังจากรบเร้าอยู่ตลอดเวลาขอไปว่ายน้ำ รูปด้านล่างนี้ โชว์สวนบริเวณทางลงบันไดหินลงไปหาดทรายนะคะ
ทางลงนะคะด้านหลังโรงแรม มีสวนรื่นรมย์ แต่เริ่มมีเศษขยะทิ้งอยู่ข้างทางแล้ว เราแจ้งโรงแรมไปแล้วค่ะ ได้แต่หวังว่าจะมีการจัดการทีดีต่อจากนี้ไป เพราะสภาพแวดล้อมที่นี่สวยงามดีมาก ๆ จะมาเสียหายเพราะความมักง่ายของมนุษย์นี่ น่าเสียดาย

ลาดชัน ต้องระวังในการลงไป แต่เป็นที่ตื่นเต้นสำหรับสองลิงเป็นอันมาก เรากลัวที่สุดว่าลูก ๆ จะตีลังกาลงไป
ถึงแล้วค่า…หาดทรายกว้างดีค่ะ หาดเดียวกับ โรงแรม รอยัลคลิฟ เลย ดังนั้นจะไปรอยัลทำไม ใช่ไม่ใช่ค้า แพงกว่าเยอะเลย… รูปนี้เราต้องการสื่อให้เห็นว่าชายหาดเค้ากว้างนะคะ ช่วงที่เป็นทรายที่เด็กจะเล่นได้น่ะค่ะ หากเทียบกับหาดตรงพัทยาเหนือ กลาง ใต้ ตรงนี้ หาดโอเคนะคะ แม้ว่าสีน้ำจะขุ่น ๆ แต่ก็ไม่มีสาหร่ายมากมาย หรือถุงเซเว่น หรือขวดน้ำ แบบที่แถบโน้นค่ะ ให้ลูกลงเล่นได้สบายใจกว่ามากเลย โปรดสังเกตุตรงกลางภาพ เราลบตัวเรากับพี่เลี้ยงออกไป ช่วงหาดทรายเลยแปลก ๆ น่ะค่ะ จริงๆ ไม่คล้ำเป็นจ้ำ ๆ เส้น ๆ แบบนั้นค่ะ ฝีมือโฟโต้ช๊อปยังต้องพัฒนาอีกมาก

อีกตึกหนึ่งของรอยัลคลิฟ ซึ่งใกล้โรงแรมโคซี่ บีช ตึกเก่ามาก ๆ เรียกว่าหาดเดียวกัน แต่ราคาต่างกันพอควร
รอยัลคลิฟมีอาณาเขตกว้างขวางที่นี่ เป็นโรงแรมที่เค้าว่า 5 ดาว แต่เราไม่ได้ไปมาหกเจ็ดปีแล้ว จึงไม่ทราบว่าสภาพห้องเป็นอย่างไรบ้าง ความเก่าก็คงมีบ้างแต่การดูแลรักษาที่ดีอาจจะทำให้ยังความเป็นอันดับต้นๆ ได้ ด้านล่างคือตึกเก่าของโรงแรมโคซี่ บีช ถัดมาตึกที่ต่ำลงมาคือ โรงแรมในใจของเรา ณ เวลานี้ตึกใหม่ของ โคซี่ บีช พัทยา เร็ว ๆ นี้ เคยเห็นรีวิวห้อง โอเชียน ฟร้อนท์ของที่นี่ สวยงามมาก ๆ แต่ราว สามพันต้น ๆ น่ะค่ะ ถ้าเปิดห้องนึง เราไหว แต่สองห้องหลายคืนก็ถอยดีกว่าค่ะ พี่เลี้ยงเด็กเรายังสาวจะทิ้งไว้ที่บ้านก็เป็นห่วงและเค้าก็อยากมาเที่ยวด้วย เค้าทำงานดี ถ้าไม่ให้มาก็กระไรอยู่น่ะค่ะ

คนถ่ายจูงสองลิงอยู่กลางทะเลและถ่ายย้อนเข้ามาทุกมุมเลยค่ะ กะจะเอามาทำเป็นภาพพาโนรามา แต่ต้องไปเปิดหนังสือก่อนค่ะ
ได้เวลาลูกลิงลงทะเล…

แม่ลิงอยู่กลางเลยค่ะ เห็นไกล ๆ เรือน่านั่งจัง ระหว่างนี้ก็มีคนเอารถลากเรือลงไปในน้ำด้วย เราค่อนข้างงง ว่าได้ด้วยเหรอ คือคนไม่เคยเที่ยวน่ะค่ะ ไม่ค่อยได้เห็นโลกกว้าง...
วันที่ไป ลงทะเลก็มีเด็ก ๆ ไปกับครอบครัวเยอะแยะ มีทัวร์ชาวสวีเดนลงที่นั่นด้วย เป็นแบบครอบครัวน่ะค่ะ ก็ลงไปเล่นน้ำกัน เราร้อนมากๆ เพราะไม่ทันคิด ลืมทาครีมกันแดดและตัวเองก็ใส่เสื้อเปิดหลังไหล่แขน เรียกสองลิงให้ขึ้นห้องเป็นล้านรอบ แต่สองลิงไม่ยอมขึ้น ดำผุดดำว่ายอยู่ หลอกให้ไปเล่นทรายก็ไม่ยอม แค่กลับห้องแผ่นหลังเราก็กลายเป็นหมูแผ่นเลย แดงเถือกและพองน้ำในที่สุด ปวดแสบปวดร้อนตลอดเวลา แขนสองข้างด้วย

สนุกสนานตามประสานาน ๆ ได้มาสักครั้ง เราพยายามไม่ไปไหนไกลกว่าเรือ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรตรงไหน ลูกยังเล็ก ถึงจะว่ายน้ำเก่งเพราะสอนตั้งแต่อายุ หนึ่งขวบ แต่มาเจอคลื่นทะเลนี่ เราไม่ประมาท แต่มีชาวต่างชาติจูงลูกสี่ห้าขวบลงไปไกลกว่าพวกเราสองเท่าตัว แต่คนพาไปเป็นคุณพ่อ ซึ่งร่างกายสูงใหญ่ และน้ำไม่ลึกจึงไม่อันตรายสำหรับพวกเขา
อ้อนลูกให้กลับขึ้นฝั่งอยู่นาน หลังจาก “โน ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” อยู่นานแสนนาน สุดท้ายก็สำเร็จ ชักชวนสองลิงมาช่วยกันดูหอยที่หาดทราย เมื่อก่อนคิดไม่ถึงว่าแถวนี้จะยังมี “สิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า…หอย” แต่ว่าของจริงเลยค่ะ เต็มเลย และสีสันเหลื่อมลายสวยงาม หากเป็นคนละเมียดละไม นั่งสังเกตุหอยแต่ละตัวที่เดินไปมาก็คุ้มนะคะ ตัวนี้ใหญ่มาก ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่ เพราะคิดว่าต้องถูกจับไปเสียมากกว่า
แม่บ้านเราเห็นรีบหยิบไปพิจารณาอย่างใกล้ชิด แล้วร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
“คุณคะ ตัวนี้เหมือนในพารากอน (อันเดอร์ซีเวิล์ด) เลย เอากลับบ้านนะคะ” คุณเธอว่าแล้วก็ทำท่าจะหยิบใส่กระป๋องพลาสติกสีฟ้าของลิงน้อง แต่แล้วก็ต้องรีบสะบัดมือ สีหน้าเจื่อน
“อุ๊ย…มันกัดค่ะ” ก็นี่แหละ แค่คิดจะเอาเขาไปกักขังก็โดนซะแล้ว อิอิ เราจับตัวแสบขึ้นมาดูอีกรอบ มันคงหงุดหงิดพอดูที่มีคนไปยุ่งกับชีวิตของมัน ก็เลยพยายามจะดิ้นรน ออกจากเปลือก
“อย่าดิ้นสิ ขอดูหน่อยนะ อยากเห็นหน้าน่ะ ไม่ทำร้ายเจ้าหรอก”
ทักทาย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบผู้ต้องหาเรียบร้อย ก็ปล่อยไป แล้วไปนั่งดูตัวเล็ก ๆ หลากสีที่เดินกันให้ขวักไขว่ ไม่รู้ยุ่งอะไรกันนักหนา จับมาวางบนฝ่ามือก็ไต่หนีลงน้ำตลอด น่ารักดี จั๊กจี้มือจังเลย

หอยตัวน้อยหลากลวดลายและสีสัน มีสีม่วงด้วยสวยมากเลย ขุดทรายลงไปตรงไหนก็เจอเต็มไปหมด เดินกันขวักไขว่ เวลาวางลงพื้นก็จะวิ่งปรู๊ดหายไปอย่างรวดเร็ว พื้นทรายบริเวณนั้นคงเป็นบ้านของพวกมันเพราะว่ามีรูเล็ก ๆ อยู่ทุกที่เลย
นี่คือสาเหตุที่ต้องกลับลงน้ำไปอีกครั้ง เพราะพี่เลี้ยง กับสองลิงจับปูตัวเล็ก ๆ ได้เต็มไปหมดทั้งสองกระป๋องและมารบเร้าขอให้พากลับไปเลี้ยงที่กรุงเทพ
“หม่าม๊า ๆ เขาเอาเค้ากลับไปกรุงเทพด้วยนะ”
“ไม่ได้ค่ะ” “ทำไมอ่ะ..”
“เค้าต้องอยู่ในทะเลค่ะ”
“เขาก็ใส่เค้าในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำไง เหมือนทะเลเลย”
“ไม่เหมือนค่ะ น้ำทะเลเค็มค่ะ น้ำของเราที่ใช้อาบเป็นน้ำจืดค่ะ เค้าอยู่ไม่ได้นะคะ”
“ทำไม…”
“เค้าจะตายนะคะ”
“จะเอา…ไม่ตายหรอก”
“เค้ามีพ่อแม่พี่น้องที่นี่นะคะ ถ้าเป็นลูก วิ่งเล่นอยู่ดี ๆ มียักษ์ตัวโตมาจับลูกไปขังไว้ ลูกก็คงกลัวแทบตายแน่ ๆ และหม่าม๊าป่าป๊ากับพี่ขุน ก็คงร้องไห้หาลูกแน่ ๆ”
ลิงน้องทำสีหน้าครุ่นคิด ตาจ้องมองลงไปยังปูน้อยในกระป๋อง
“ไปค่ะ เราพาเค้าไปปล่อยกลับบ้านดีกว่านะคะ” ลิงน้องไม่ตอบแต่ยอมให้ม๊าจูงมือลงทะเลไป
“ไปเลย…ไป…กลับไปหาป่าป๊า หม่าม๊า เกอเกอะ นะ” ลิงน้อง
“ว่ายน้ำไปเลยนะ บ๊ายบาย” ลิงพี่ “ไม่ต้องกลัวนะ” ลิงน้อง
“ระวังปลาฉลามกินนะ…” ลิงพี่
สองลิงโบกมือให้ปูน้อยที่ว่ายออกจากระป๋องน้ำสีฟ้าอย่างอิสระเสรี ใบหน้าลูกทั้งสองฉาบไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปรีดาที่ลูกเองก็คงยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดจากอะไร… ปล่อยปูกลับบ้านแล้ว ก็มาถึงคราที่พวกเรากลับโรงแรม ซึ่งนั่นย่อมผ่านการเจรจาต่อรองกันอย่างหนักหน่วงเพราะว่าสองลิงยังคงอยากจะเล่นน้ำ จับหอยจับปูอยู่ที่หาดทรายอีก อีกทั้งทีหาดก็ยังมีคนลงมาเล่นน้ำเป็นระยะ ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาที่พระอาทิตย์ทำมุมราว 100 องศาแล้ว
การเดินขึ้นบันไดหินกลับขึ้นมาสำหรับเด็ก ๆ เป็นอะไรที่ฮามาก ๆ แต่พวกเราผู้ใหญ่นี่ ขาสั่น…พอขึ้นมาถึงขั้นบนสุดก็เฮกันเลยทีเดียว คาดว่าสามารถขจัดไขมันได้มากพอดู หลังจากนั้นพวกเราก็กลับห้อง อาบน้ำและดูทีวี นอนพักผ่อน ถึงบ่ายสามโมง ก็ออกไปดูสงกรานต์แบบชาวพัทยา พร้อมทานอาหารเย็นที่เซ็นทรัลพัทยา ก็ตลกดีว่า มาทะเลก็ยังไม่พ้นเซ็นทรัล แต่ที่นี่หรูได้ใจมากเลยอ่ะ สำหรับเราการมาอยู่โคซี่ บีช พร้อม ๆ กับการได้มาทานข้าวที่เซ็นทรัลนี่ เป็นอะไรที่ผสมผสานความชื่นชอบได้อย่างลงตัว
ทานข้าวเสร็จราวหกโมงกว่าเราก็ขับรถกันออกมาชมชาวพัทยาเล่นน้ำสงกรานต์ มีการเริ่มเล่นน้ำแล้ว แม้ไม่ทุกที่แต่ก็มีให้เห็นเป็นกลุ่ม ๆ ทั้งตามร้านรวงต่าง ๆ บ้างก็รถกะบะกับคนหลังรถพร้อมถังน้ำ มอเตอร์ไซค์ที่มีชายหนุ่มขี่ซ้อนท้ายด้วยสาวเจ้าร่างบางขาสวย ตลอดเส้นทาง ก็สนุกดีค่ะ สาว ๆ เต้นกันสุด ๆไปเลย สองลิงพกปืนฉีดน้ำไปด้วย พยายามชี้จากในรถให้พวกฝรั่งยิง แต่เค้าไม่สนใจคนในรถหรอกค่ะ เค้าคงคิดว่าเปลืองน้ำ ไม่สะใจ เลยไม่มีใครยิงพวกเรา ขนาดที่่ว่าไปจอดรถง้อเค้าให้ ยิงพวกเราบ้าง เค้ายังโบกมือไล่ให้รีบไปเลยอ่ะ
รถสายเลียบชายหาดติดพอดู กลับถึงโรงแรมราวเกือบทุ่ม สองเขาที่อยากเล่นน้ำสงกรานต์มากๆ เลย ยิงกันในห้องน้ำเสียเลย…
จบตอนเพียงแค่นี้ โปรดติดตามตอนต่อไป ระวัง…เค้ายิงกันสนั่นเมือง…
ทุกหน่วยโปรดทราบ…ทุกหน่วยโปรดทราบ ขณะนี้ เกิดการปะทะใหญ่ที่บริเวณสระน้ำโรงแรมโคซี่ บีช พัทยา เขาพระตำหนัก จากการรายงานเบื้องต้น พบว่าทุกคนที่นั่นต่างติดอาวุธหนักหลากสีสัน และเปิดฉากยิงเข้าใส่กันโดยไม่ฟังเสียงห้ามของผู้คนรอบข้าง ขอกำลังเสริมด่วน…
น้อง ๆ กลุ่มนี้ก็มากันกลุ่มใหญ่เลย และขึ้นห้องก่อนสองลิงนิดเดียว คือต่างแก่งกันไม่ยอมขึ้นห้อง แต่ผู้ปกครองนี่ หน้างอแล้วงออีก เรียกจนปากเปียกปากแฉะแต่ไร้ผล เด็ก ๆ ต่างมีเหตุผลของเค้าเอง
อีกนิดเดียวนะหม่าม๊า
อีกแป๊บเดียวนะหม่าม๊า
รอก่อนนะ
เดี๋ยวไป
ไม่เอาจาเล่นต่อ
ไม่ขึ้น
ไม่กินข้าว
อีกห้านาทีนะหม่าม๊า…
ฯลฯ
ฝ่ายผู้ปกครองที่หิวอีกแล้วได้แต่ยืนมองหน้ากัน รอจนหิวข้าวรอบสองแล้วนี่นา
โถ…ก็ใครจะอยากอยู่ใกล้ล่ะคะ ลูก เจอใครไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ลูกอิชั้น ยิงด่ะเลยค่ะ มีนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์กลุ่มใหญ่ทั้งชายหญิงก็มาเล่นน้ำด้วย และพากันมาหยอกล้อกับสองลิง ก็โดนยิงศีรษะกันระเบิดเถิดเทิง ม๊ากรี๊ดไม่รู้กี่รอบ ต้องเรียกมาอบรมกติกากันใหม่
“เบ่บี๊…หม่าม๊าบอกกี่ครั้งแล้วว่าลูกจะยิงใครต้องมองก่อนว่าเค้ามีปืนในมือหรือเปล่า”
“ทำไมอ่ะ…”
“ก็คนที่เค้าไม่ถือปืนแสดงว่าเค้าไม่อยากเล่นไง เราก็ไปยิงเค้าไม่ได้นะคะ”
“ทำไมยิงไม่ได้อ่ะ ก็ขุนจายิง”
“ก็เค้าไม่ชอบ เดี๋ยวเค้า เรียกตำรวจมาจับหม่าม๊า เราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ”
“ขุนจะให้ตำหยวจมาจับหม่าม๊า”
“ขู๊นนนนนนนนนนนน…”
หรือเช่น
“ไม่เอา ไม่ให้เล่นแล้ว กลับขึ้นห้องอาบน้ำกลับบ้านเลย”
“ทำไมอ่ะ…”
“ก็เขาไปยิงคนที่ไม่ถือปืน”
“ก้อเค้าจะเล่นกับเขานี่ เค้าวักน้ำใส่เขานะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ห้ามยิงที่หน้าเค้า แต่ละคนเป็นผู้ใหญ่นะ ลูกไม่ควรยิงผู้ใหญ่ที่หัวหรือหน้านะคะ เข้าใจมั๊ย”
“โอเค…”
ลูกพยักหน้ารับปากแล้วกระโดดลงสระน้ำต่อว่ายน้ำไปอีกฝั่งหนึ่งของสระ ทั้ง ๆ ที่มือข้างหนึ่งถือปืนอยู่ ปีนขึ้นไปบนฝั่งแล้วยิงหัวคนที่ว่ายน้ำอยู่แถวนั้นอย่างสนุกสนาน…
“เจ้าเข๊าาาาาาาาาา……”
นับว่ายังโชคดีที่ ผู้ใหญ่ที่ถูกสองลิงยิงในสระน้ำต่างไม่ถือสา ตรงกันข้ามกลับเข้ามาหยอกล้อ แกล้งสองลิงให้ระดมยิงยิ่งขึ้น บริเวณนั้นก็เลยกลายเป็นสมรภูมิสงกรานต์ย่อย ๆ ไปเลยทีเดียว
ที่สระน้ำตอนลงไปมีสาว ๆ กลุ่มใหญ่ลงเล่นน้ำด้วยก็ตะลุยกับสองลิงกันยกใหญ่ รูปที่เลือกจะเน้นไม่ให้เห็นบุคคลที่สามอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะเป็นสาว ๆ ชาวไทยที่ใส่ชุดว่ายน้ำน่ะค่ะ น้องเค้าสวยน่ารักกันทุกคนเลย ปกติเวลาสาว ๆ เห็นสองหนุ่มจะมาคุยกับเราด้วย ซึ่งเราก็จะเหมือนป้าแก่ ๆ ที่หวังดีกับน้อง ๆ เค้าโดยจะขึ้นต้นประโยคสนทนาทุกครั้งว่า
“ขอโทษนะคะ…มีหรือยังคะ”
สาว ๆ ก็จะอึ้งไปนิดแล้วหัวเราะกิ๊กกั๊ก ๆ ก่อนจะตอบ “ยังไม่มีค่ะ ยังหาพ่อเด็กไม่ได้ค่ะ พี่”
“ถ้าอยากจะมีลูกนะคะ ต้องเก็บตังค์แต่ตอนนี้เลยค่ะ”
ก็ไม่รู้ว่าเธอ ๆ เหล่านั้นจะเข้าใจความหวังดีของเราหรือเปล่า ว่าถึงเวลาที่มีลูกแล้ว จะหยุดงานเลี้ยงลูกกันแค่เดือนสามเดือนอะไรเนี่ย สำหรับเราไม่พอหรอก ก็ในเมื่อเอาเหตุผลด้านเศรษฐกิจ ฐานะการเงินมาอ้าง ก็ควรจะวางแผนแต่เนิ่น ๆ ที่จะเก็บเงินให้ได้พอควรที่คุณแม่จะหยุดงานเลี้ยงลูกให้โตพอควร ให้ได้ดื่มนมแม่เต็มที่ก่อน โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องจนต้องกลับไปทำงานทั้ง ๆ ที่ลูกยังไม่หย่านมเลย

สระน้ำยามบ่าย นักท่องเที่ยวขึ้นห้องกันไปเยอะแล้ว หากสังเกตุ วิวทะเลยตรงปลายสระน้ำด้านโน้น สวยมาก ๆ เลยค่ะ
วิวทะเลจากสระน้ำค่ะ ที่นี่สงบจริง ๆ อยากอยู่นาน ๆ ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องกลับกรุงเทพฯ
ประสบความสำเร็จในการชักชวนสองลิงกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำ พักผ่อนก็ราวใกล้บ่ายโมง จากนั้นก็เกลือกกลิ้งบนเตียงกัน กระทั่ง บ่ายสองโมงจึงเช็คเอาท์ออก เราขับรถย้อนกลับไปถนนสายต่างๆ ในพัทยาเพื่อดูคนเล่นน้ำสงกรานต์กัน ก็พบว่าคนออกมาเล่นเยอะมากกว่าเมื่อวานอีกน่ะค่ะ เวลาเห็นคนอื่นเค้าถูกยิงนี่ขำจริงๆ แต่พวกเราที่อยู่ในรถนี่เป็นนางแมวกลัวน้ำ คอยแต่เปิดกระจกแล้วลอบยิง พอเค้ายิงตอบเราก็กดปิดโดยพลัน อิอิ วนไปวนมาแล้วแวะไปทานข้าวที่แบล๊คแคนย่อน เซ็นทรัล จนบ่ายสามโมงกว่าก็มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพค่ะ ขับรถกลับช้า ๆ ไม่เร่งรีบ เห็นเพื่อนร่วมทางเยอะแยะมากมายทะเบียนกรุงเทพฯ กับจังหวัดเหนือ ๆ ขึ้นไป
พวกเราแวะซื้อครกกับกุ้งแห้งมาไว้ทำกับข้าว เห็นข้าวหลามบ้องโต ๆ ก็ซื้อกลับมาเป็นของฝาก เมื่อก่อนเป็นคนไม่ชอบซื้ออะไรแบบนี้ เพราะไม่ชอบหิ้ว แต่ตอนนี้เห็นว่าเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ สงสารพ่อค้าแม่ค้าหน้าดำ รถจอดซื้อน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เราก็เลยอุดหนุนเค้าหน่อย
พอขึ้นรถมา ทุกคนหลับหมดเหลือแต่คนขับ เหลือบไปเห็นข้าวหลามที่ป้าแกทุบแกะใส่ถุงพลาสติกใสให้เรียบร้อย นึกอยากลอง ก็เลย…สรุปหกบ้องที่แกะมา หมดทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงบางนาเลยค่ะ…
กลับถึงกรุงเทพก่อนหกโมงนิด ๆ บรรยากาศสงกรานต์ตรงสุขุมวิทสนุกมาก ๆ ไม่แพ้พัทยาเลย เพียงแต่เฉพาะจุดมากกว่า อยากให้พ่อแม่พี่น้องรักกันแบบวันนี้ วันที่ยิงกัน หยอกล้อกัน ปะแป้งใส่หน้ากันภายใต้กติกาการเล่นที่ทุกคนเคารพเหมือนกัน ได้โดยไม่โกรธเกลียดกัน
เป็นอันจบทริปสงกรานต์พัทยา ด้วยความสุขใจ
สรุปนะคะ
โรงแรมโคซี่บีช ห้อง เดอลักซ์ ไซด์ซีวิว ตึกโอเชี่ยนวิงส์ ราคา 2250 ต่อคืนรวมอาหารเช้า
จุดที่ชอบ
-คุณภาพห้อง การตกแต่ง อุปกรณ์ในห้อง ให้ที่หนึ่งเลยค่ะ อาจจะเพราะเพิ่งเปิดด้วยค่ะ และความสวยงาม วิวจากห้องเรานะคะ ดีที่หนึ่งเลย หากได้ชั้นสูงขึ้นอีกก็จะไม่ถูกต้นไม้บังค่ะ
-ของในห้องน้ำ ให้ทุกอย่างที่ควรจะมีเลยค่ะ ไม่งกค่ะ
-คุณภาพอาหารเช้า ความสดใหม่ดี สะอาด
-ความหลากหลายของอาหาร มีครบทุกสิ่งที่ควรจะมี ค่ะ หากเพิ่มตัวเลือกกับข้าวให้มากกว่านี้ก็จะดีมากค่ะ
-รสชาติ อร่อยค่ะ อาหารเช้าก็ไม่ได้ต้องการรสชาติอะไรมากมายน่ะค่ะ
-การบริการ พนักงาน เก็บจานได้เร็วค่ะ คอยดู คอยบริการตลอดค่ะ ดีมาก ๆ ค่ะ
-ความปลอดภัย เราคิดว่าดีนะคะ บัตรเข้าห้องเป็นคีย์การ์ด และเราเอาคอมพ์ไปด้วย ก็วางในห้องตลอดค่ะ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
-แม่บ้าน อันนี้น่ารัก งานเค้าหนักมากนะคะ คนละชั้นเลยค่ะ แต่เค้าก็พยายามและอัธยาศัยดีมาก
-ทำเลที่ตั้ง อยู่บนเขาพระตำหนักซึ่งสงบ และวิวทะเลสวยมาก ๆ สภาพภูมิทัศน์ตรงนี้ ร่มรื่น ต้นไม้เยอะ ชอบมากมาย ไม่อยากกลับเลย ยิ่งวิวตรงสระน้ำ โห…โรแมนติกมากเลย
-หาดทรายและน้ำทะเลที่ยังเล่นได้ค่ะ
-ใกล้เมือง นึกอยากจะเดินห้าง หรือชมเมืองก็เข้ามาง่ายแป๊บเดียวห้านาที ใครไม่ได้ขับรถไป มีรถแท๊กซี่ กับรถสองแถว มอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดรออยู่ตลอดค่ะ
-สะดวก สำหรับใครที่คิดจะมานอนโรงแรมอยู่โรงแรมอย่างเดียวนะคะ รอบโรงแรม มีร้านอาหาร เยอะแยะ และร้านค้าสะดวกซื้อหลายเจ้าเลยค่ะ ไม่อดตายแน่นอน
-สปา นวดตัว นวดเท้า ราคาถูกกว่ากรุงเทพค่ะ อันนี้แปลกใจมาก ๆ
-ที่จอดรถที่ตึกใหม่ โล่ง โปร่ง วิวทะเลค่ะ และปลอดภัยด้วย
-พนักงานจริงใจดีค่ะ ที่เคานท์เตอร์นะคะ ตั้งใจแก้ปัญหาให้เรา เพราะตอนเราเข้าไปเช็คอิน โรงแรมบอกว่า เว็บที่เราจองยังไม่ได้จองให้เราน่ะค่ะ …เค้าก็ให้เรารอแล้วหาห้องให้ค่ะ
ระหว่างรอเราก็คุยอะไรเรื่อยเปื่อย ถามโน่น นี่ น้องเค้าก็ตอบแบบไม่เจ้าเล่ห์น่ะ ชอบ และส่วนใหญ่ก็สวย น่ารักด้วยค่ะ
————————
จุดที่ไม่ชอบนะคะ
พื้นห้องเป็นกระเบื้องที่มีร่องน่ะค่ะ ทำให้สิ่งสกปรกจับแน่น ต้องขัดจึงจะออก ถูอย่างเดียวไม่ได้ เราเข้าไปยังตกใจ นึกว่า โรงแรมเลือกกระเบือ้งลายด่างดำ
แม่บ้านบอกว่างานหนักมาก ๆ เพราะตั้งแต่เปิดก็มีแขกเข้าตลอดค่ะ ไม่มีเวลาขัดเลย
ห้องอาหารแคบไปนิดนึง คนเยอะเวลาตักของจะเดินไม่สะดวกค่ะ หรือว่าห้องไม่แคบ แต่คนเยอะก็ไม่รู้นะคะ
ตรงทางเดินลงหาด มีขยะพอควร
ร้านค้าริมหาดทำไมตั้งกันล้นมาทางเดิน แถมทิ้งน้ำล้างจาน ทำอาหารกันตรงนั้น เลย
เราเห็นส้มตำ พริก มะละกอ เศษ มะนาว ลอยลงไปในทรายแล้วเรา เซ็งน่ะ มันเลยมีกลิ่นนะ ตรงทางเดินลงหาดน่ะ อันนี้ หากเพื่อนท่านใด เป็นผู้มีบารมีในพัทยา ขอความเมตตาแก้ปัญหาด้วยค่ะ
สุดท้าย ไม่ชอบเลยคือ ว่า อ้อนวอน ขอลดค่าแพ๊คเกจอินเตอร์เน็ตอยู่นานสองนาน ลงมาจีบน้องเค้าที่เคานท์เตอร์เลย ก็ไม่ได้อ่ะ สุดท้ายหยิ่ง ลงทุนเดินขึ้นเขาไปเซเว่น ซื้อแพ๊คเกจของทรูมา
กลับขึ้นห้อง ลูกเลิกไม่สนใจค่ะ เปิดเน็ต อย่างเดียว…ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทำยังไงก็ต่อไม่ได้ เลยได้สติ กด 0..
ใช้ไม่ได้ค่ะ พี่ต้องซื้อแพ๊คเก็จของโรงแรมค่ะ…
เลยเลิกหยิ่งเลยค่ะ ไม่งั๊นเข้าเน็ตไม่ได้
สรุปท้ายที่สุด
ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาชมนะคะ อาจจะยาวไปนิดนะคะ เพราะอยากให้คนที่เข้ามาหาข้อมูลได้เห็นชัดเจนค่ะ ในทุกแง่มุม จะได้ไปแล้วไม่เสียความรู้สึกน่ะค่ะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โจทย์ในการเลือกโรงแรมของแต่ละคนไม่เหมือนกันน่ะค่ะ เราคิดว่าสิ่งที่ได้รับกับราคาที่จ่ายไป คุ้มค่า แต่เพื่อนบางคนไปแล้วอาจจะไม่ชอบก็ได้ค่ะ มาตราฐานและความคาดหวังในทุก ๆ สิ่งของแต่ละคนไม่เท่ากันน่ะค่ะ
Good Bye and See You again…
Hello Pattaya , Hello Cosy Beach !!! 13 เมษายน สวัสดีค่ะ
วันนี้ตื่นเก้าโมงเช้า ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะเช้าตรู่ดูพระอาทิตย์ขึ้น ด้วยเหตุที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ดึกดื่น ใครเลยจะข่มตาหลับได้ อ่ะ อย่าเครียด ๆ มาดูชมห้องอาหารที่หมายตาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดีกว่าค่ะ
ห้องอาหารตกแต่งด้วยไม้เช่นโถงด้านนอก โทนสีน้ำตาลคลาสสิคนี้เราชอบมาก ๆ ลงมานี่ คนแน่นเลย แต่อาหารก็มาเติมตลอด
รูปห้องอาหารไม่ค่อยมีรายละเอียดเท่าไหร่เพราะตอนที่ไปโรงแรมไม่ได้ตั้งใจจะเก็บมาเขียนรีวิวน่ะค่ะ อารมณ์หิวมีมากกว่าด้วยเลยไม่มีสมาธิถ่ายรูป อิอิ..
อาหารของที่นี่เป็นรายการอาหารเช้าทั่ว ๆ ไปนะคะ ที่ควรมีมีครอบค่ ะ ขนมปัง หลากประเภท เบเกอร์รี่ ไข่ประเภทต่างๆ ข้าวต้ม โจ๊ก ข้าวสวย ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวผัด ผัดผัก ซุป ไส้กรอกหมู ไก่ แฮม เบคอน ผัดอาหารต่างๆ เช่นไก่ผัดขิง เครื่องดื่ม น้ำส้ม น้ำพันช์ ฝรั่ง นมสด ฯลฯ
ปกติโรงแรมทั่วไปก็รายการประมาณนี้ แต่ที่ต่างไป คือ คุณภาพของวัสดุที่ใช้ สดหรือไม่ สะอาดหรือไม่ บางที่ผ้ารองจาน เสื่อรองจานเน่าเชียวก็เจอมาแล้วค่ะ
สำหรับที่นี่ผ่านค่ะ ในราคาห้อง ที่ 2,250 บาทเน็ต นะคะ นับว่าโอเคค่ะ เพราะเคยไปบางโรงแรมที่สภาพห้องอะไรสู้ที่นี่ไม่ได้ ราคา 2,300 บาท แต่อาหารรายการน้อยกว่า และความสด สะอาดสู้ไม่ได้เลยค่ะ
อีกมุมตรงด้านขวามือของภาพแรกค่ะ กำแพงกระจกนั้น ด้านนอกเป็นสระน้ำขนาดยาวค่ะ ความสุขยิ่งใหญ่อยู่ด้านนอกนี่เองค่ะ หลังอาหารนะคะ(มองไม่เห็นหรอกค่า บอกไว้ก่อนจ้า)
บรรยากาศโต๊ะอาหารของพวกเราค่ะ เด็ก ๆ ปกติมาเที่ยวก็ไม่ทานอะไรมากหรอกค่ะ เวลาจองโรงแรมก็อ้อนเค้าหน่อยน่ะค่ะ บางคนเค้าจะให้เราจ่ายค่าอาหารครึี่งนึงน่ะค่ะ
อาหย่อยมากเลย…ลูกตอนนี้โตขึ้น พร้อมๆ กับการเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เราใส่ให้เค้าตั้งแต่เล็ก ๆ มาประมวลผล เวลาอารมณ์ดี ก็จะได้ผลลัพธ์ดีเช่นวันนี้ อยู่ ๆ เจ้าขุนเขา ลิงโต ก็หันมาหาม๊า ส่งสายตาที่ทำให้อิ่มเอมใจยิ่งกว่าสายตาป่าป๊าที่มองม๊าเสียอีก พร้อมกับบอกว่า
“ขอบคุณคับหม่าม๊า ที่พาขุนมาพัทยา”…
อีกมุมของลิงน้อง

แพนเค้ก ไส้กรอกไก่ ออมเล็ท ไม่รู้ว่าทำไม อาหารพื้น ๆ แบบนี้ เวลาทานที่บ้านจะ โซโซ แต่พออยู่โรงแรมจะรู้สึกอร่อยเป็นพิเศษ...บรรยากาศพาไปกระมัง
ทริปแรกที่ลงเว็บนี่ ยาวนิดนะคะ คือเป็นคนที่ว่าชอบบรรยาย หากไม่โพสท์ก็ไม่โพสท์เลย แต่ถ้าตั้งใจก็จะยาวแบบนี้ค่ะ หนังสือที่เขียนส่งสนพ. หาคนพิมพ์ยากก็เพราะเหตุนี้ ให้เราตัด เราก็ตัดไม่เป็นน่ะ อิอิ ต้องขอโทษที่ทำให้ปวดตาค่ะ
แต่เรากำลังหลงรัก โคซี่น่ะ
จานนี้ของเรา ตื่นสายทานไม่ค่อยลง เพราะกลางคืนไปลุยส้มต้มป้าไพ กับอาหารปิ่นโตที่เตรียมมา แบบว่าเสียดายของน่ะ

ไข่ดาว ไส้กรอกไก่ ออมเล็ท ทั้ง ๆ ที่ผลตรวจเลือด คลอเลสเตอรอล ราวสองร้อยหกสิบหก ...สูงกว่ามาตราฐานเอาการอยู่ แต่เป็นคนชอบทานไข่ทุกประเภท ใครมีวิธีเลิกทานไข่ได้ โปรดแนะนำ
เราทานไม่ลง…
ไม่รู้เป็นอย่างไร ทานไม่ลงเลย…
ตามด้วยน้ำส้ม สามแก้ว พันซ์สองแก้ว กาแฟหนึ่งแก้ว ผลไม้รวมมิตร หนึ่งจาน เสร็จแล้วก็เดินออกไปจากห้องอาหาร ไปลงชายหาดซึ่งอยู่ด้านหลังโรงแรม สองลิงมีอุปกรณ์การเล่นน้ำเล่นทรายทุกประเภทน่าเสียดาย เราไม่ทันคิดจะเอามาโพสท์ เลยไม่ได้ถ่ายมา…
สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบสระว่ายน้ำโปรดอดใจรอ
สุดท้ายสำหรับตอนนี้นะคะ ขอไปต่อบรรยากาศทะเล หาดทราย สายลม และหอยตอนหน้าค่ะ
ต่อจากตอนที่แล้วนะคะ ขอสรุปเรื่องนิดนึงนะคะ คือว่าเราเช็คอินตอนสิบโมงโดยประมาณ สำรวจตรวจตราโรงแรมและห้องพักแล้ว สองหนุ่มเล่นน้ำในห้องน้ำอย่างเมามันแล้ว ทานอาหารเที่ยงแล้ว พยายามเอาสองลิงนอน แต่ไม่ได้ผล ราวบ่ายสองโมง เราก็ชักชวนทุกคนออกไปสัตหีบ หาไม่แล้วเราเองที่จะเป็นคนหลับบนเตียงนอนข้างประตูด้านที่มองเห็นทะเลชัดเจน น่านอนจะตายไป
ใช้รูปทู้ที่แล้วนิดนะคะ อยากให้มองภาพออกว่าออกจากที่จอดรถก็จะเป็นด้านนี้เลยค่ะ วิวสวยมาก ก็ขนาดรอยัลคลิฟ ที่มีเรื่องก็อยู่ด้านข้างนี่เองค่ะ ไว้จะเอารูปมาให้ดูว่าใกล้กันแค่ไหน
มาต่อที่ไปสัตหีบนะคะ ถนนโล่งกว่าที่คิดตั้งแต่มาจากกรุงเทพแล้ว จึงเป็นอะไรที่ง่ายมาก ๆ ในการขับค่ะ ที่นี่เราไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะว่าแดดร้อนมาก ๆ พอมาถึงก็รีบขึ้นเรือเลย
วันนี้มีคนมาชมเรือเยอะพอควร กะราวๆ ได้ราวกว่าร้อยคนเลยทีเดียว หากใครเคยไปคงนึกภาพออกนะคะ พอเราผ่านป้อมตรงทางจะขึ้นเรือทีมีทหารคอยขอตรวจบัตร เดินขึ้นบันไดไม้เข้าไปในตัวเรือ วันนี้มีของที่ระลึก ของชำร่วย เสื้อผ้า ของเล่นเด็ก กระเป๋า ซีดี พวงกุญแจ ตู้รับบริจาค มาวางมากกว่าวันก่อน เราเห็นของก็ตาโต เพราะอั้นมาจากเมื่อเดือนกุมภาฯ ที่มาแบบกระเป๋าแบนแฟนทิ้งเลยทีเดียว ลองนึกถึงความรู้สึก คนที่ขับรถมาจากกรุงเทพกว่าสองร้อยโล มาถึง เห็นของถูกใจ ล้วงกระเป๋า …ไม่มีตังค์ เรารีบจูงลิงน้องเดินออกจากแถวคนที่รอขึ้นเรือ ไปมุมขายของทันที แต่พระเจ้าเจ้าขา ลูกขายหน้าเสียเหลือเกินเมื่อลิงน้อยร้องตะโกนลั่นเรือ
“ไม่ซื้อ ไม่ซื้อแล้ว หม่าม๊า ที่บ้านของเยอะแย้ว….”
เสียงนี้ทำให้คนแถวนั้นหันมาอมยิ้มกันเป็นแถว ๆ แต่เรานี้สิหน้าชาเลย
“หม่าม๊าจะซื้อชุดนักบินให้ลูกไง นั่นไงไปดูมั๊ย ผ้าดีหรือเปล่า”
ลิงน้องกระตุกมือเราไว้ พร้อมรั้งตัวไม่ยอมเดินตามเรา ลิงผู้พี่กับพี่เลี้ยงและป้าเค้ายืนยิ้มมองอยู่เช่นกัน สุดท้ายไม่ว่าจะพูดอย่างไร ลิงน้องก็ไม่ยอมให้เราไป “ช๊อป”
อากัปกิริยานี้เริ่มขึ้นเมื่อตอนลูกอายุสามขวบ เริ่มครั้งแรกที่ห้างในกทม ที่เราจะเดินดูของ แต่ลูกไม่ยอมและตะโกนลั่นห้าง
“ไม่เอา หม่าม๊า เขาจะกลับบ้าน หม่าม๊าไม่ซื้อนะ ของที่บ้านเยอะแล้ว…”
หลังจากนั้นก็ใช้ไม้นี้เรื่อย ๆ จนบัดนี้ แต่รุนแรง และถี่ยิ่งขึ้น… จะดีใจที่ประหยัดตังค์ดีไหมนี่

สองลิงชมเรือสองลำ มากี่ครั้ง ๆ ก็ขึ้นมามุมนี้ค่ะ โตขึ้นลิงน้อยอยากเป็นนักบิน ลิงพี่อยากเป็นทหาร โอเค...หม่าม๊าจัดให้
พอขึ้นเรือแล้วก็ต้องหลับตาถ่ายรูปกันเลยทีเดียวเพราะเป็นยามแดดจัด แสบตาสุด ๆ แต่บรรยากาศ ข้างบนนั้น ก็ทำให้รู้สึกว่า “คุ้มค่า” ที่ได้มา อยู่ดีค่ะ
สวัสดีคับ คุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา คุณพี่ คุณน้อง คร๊าบ
ผมชื่อเด็กชายขุนเขาและเด็กชายสันเขาครับ
ช่วงสามขวบนี่ กระผม ยอมรับว่าฮอร์โมนเด็กหนุ่มเติบโตอย่างรุนแรง ทำให้กระผมชอบยั่วอารมณ์หม่าม๊าเหลือเกินคับ
ก็มันสนุกเหลือเกินนี่คับที่เห็นหม่าม๊า กรี๊ด…ปี๊ด…วีนครับ
หม่าม๊าต้องขอร้องกระผมเลยคับว่าให้น้อย ๆ หน่อย เพราะว่าหม่าม๊ารู้สึกว่าแก่ลงไปเยอะเลยตั้งแต่มีลูก แถมผมขาว หน้าเหี่ยวย่นขึ้นมากด้วย
กระผมจะพยายามนะคับเป็นเด็กดีของหม่าม๊าคับ
ขอพ่อแม่พี่น้องมีความสุขตลอดไปนะคับ
ช่วงสามขวบมานี่ สองลิงติดท่าตะเบ๊ะสุด ๆ เดินห้างก็ตะเบ๊ะให้เค้าไปทั่ว ทำให้สาว ๆ ที่ห้างกรี๊ดกันแทบสลบเชียวค่ะ
เส้นทางที่จะไปชมเรือนั้นสวยงาม ได้บรรยากาศมาก ๆ เลยสำหรับเรา ทำให้นึกย้อนไปถึงวัยสาวที่ชอบขับรถเส้นทางหาดใหญ่กับสงขลาเป็นประจำน่ะค่ะ
ขอแนะนำหนุ่ม ๆ ท่านใดมีสาวหมายปองอยู่นะคะ พาไปเส้นทางนั้น ตอนช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน งดงามสุดจะบรรยาย แล้วเปิดเพลงประมาณ
Shower Me With Your Love…
เอ่อ…ไม่รู้หลาน ๆ จะเกิดทันกันหรือเปล่านะคะ ช่วงนี้เข้าเว็บไหน ๆ รู้สึกว่าเราแก่กว่าทุกครั้งไป
สำหรับเราระหว่างทางขับรถกลับ ก็ได้อารมณ์เช่นกันแต่คนละบรรยากาศคือ
สองลิงทะเลาะแย่งของเล่นกัน บนรถ ไอ้เรารึก็อยากฟังเพลงชุด Mama Mia…Dancing Queen, The Winner Takes It All…ประมาณเนี้ย
แต่เสียง จ๊าก ๆ เจี๊ยก ๆ ข้างหูนี่ ทำให้สุดจะทาน เลยต้องจอดรถข้างทางครู่หนึ่งอบรมลูกก่อนที่จะเดินทางต่อ
รูปถ่ายเรือเราน้อยเพราะว่า ตอนเล็ก ๆ ถ่ายเอาไว้เยอะค่ะ คราวนี้ไปก็ร้อนมาก ๆ รีบขึ้นเรือแล้วรีบลงในบันดล เสร็จแล้วก็เข้าไปอุดหนุนสินค้าร้านสหกรณ์ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี จากนั้นขับรถย้อนกลับมาสำรวจโรงแรมที่ซื้อคูปองไว้นั่นก็คือ แอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน มีแขกเข้าพักค่อนข้างเยอะ
เรากลับเข้าพัทยาระหว่างทางแวะหาส้มตำป้าไฟ มีปูสด ๆ ด้วยอร่อยมาก ทานส้มตำเสร็จก็กลับเข้าโรงแรมระหว่างทาง มีนักท่องเที่ยวทั้งชายหญิงเล่นน้ำสงกรานต์กับชาวไทยกันอย่างสนุกสนาน
ทริปวันแรกที่พัทยาจบเพียงเท่านี้ เพราะทุกคนหมดแรง และเราเองอยากติดตามสถานการณ์บ้านเมืองมากกว่า
โปรดติดตามตอนต่อไป
มาต่อด้วยรูปห้องพักสวย ๆ สะอาด ๆ ดีกว่านะคะ ขอลงรูปก่อนคำบรรยายมาวันพรุ่งนี้

สองลิงเล่นต่อสู้กัน ทันทีที่เห็นเตียงก็กระโดดดึ๋งและห้องก็กระจุยอย่างที่เห็นในบัดดล เตียงนุ่มน่านอนมาก
มุมมองจากด้านในห้องมองไปที่ทางเข้าประตู ขวามือเป็นตู้เสื้อผ้า มีไม้แขวนเสื้อ รองเท้าแตะ ขอเตือนรองเท้าแตะเค้ารีไซเคิล์นะคะ เราไม่รู้ยังหน้าแตก หยิบกลับบ้านด้วยความคิดว่าเป็นของที่บ้านเพราะเหมือนมาก ยังนึกชมพี่เลี้ยงเด็กในใจเลยว่ารู้ใจนัก อุตส่าห์หยิบมาให้สองคู่ มารู้ว่าเป็นของโรงแรมตอนเช็คเอาท์ค่ะ
ในตู้เสื้อผ้ามีตู้นิรภัยด้วย สบายเลย และก็ตู้เย็น เต็มไปด้วยเครื่องดื่ม แต่พวกเราเตรียมไปเอง ไม่พลาด ๆ แต่นี่สิ อันนี้ต้องรีบเก็บหลบสองลิงทันที

ชั้นวางของโชว์ กาแฟ เนสกาแฟ สองชุด และถาดวางขนม มีเจลลี่ของเด็กด้วยน่ะค่ะ แต่ซื้อในห้างถูกกว่าอย่างน้อยสองเท่า หากใครคิดว่าช่วยเหลือโรงแรมยามเศรษฐกิจตกต่ำ ก็หยิบได้เลยค่ะ อย่าคิดมาก
รูปผิดค่ะ ต้องอันนี้เด็ก ๆ ชอบ

มีช๊อคโกแลตกับเจลลี่ยี่ห้อที่สองลิงทานอยู่พอดีแต่ เราก็พกมาด้วย ม๊าเลยต้องเนรเทศถาดขวามือไปไว้ในที่ลับสายตา

ทีวี มีเคเบิ้ลด้วย ที ๆ เราติดตามสถานการณ์บ้านเมืองนอกจากต่อเน็ต ของโรงแรม แต่แพ๊คเก็จค่อนข้างแพง ก็ราคาโรงแรมน่ะนะ
เพราะร้อนใจดูข่าวทีวีเจอละครซะมากเลยยอมซื้อแพ๊คเก็จเน็ตของโรงแรม 24 ชั่วโมง อยากทราบราคาเท่าไหร่ต้องไปซื้อเองค่ะ อิอิ ขอบอกว่าอย่าคิดซื้อเน็ตที่เซเว่นเป็นอันขาด เพราะใช้ไม่ได้จ้า หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าไปเที่ยวทำไมต้องเข้าเน็ตอีก ไม่ปิดสวิทซ์เสียเลย แต่ยอมรับว่าเป็นคนติดเน็ตมาก ๆ และพ่อสองหนุ่มก็ใช้สกายพีคุยกันตลอดด้วย จึงขาดไม่ได้
ทีนี้ก็มาถึง รูปที่รอคอย ห้องเดอลักซ์ ไซด์ ซีวิว โอเชี่ยนวิงส์ คืออะไร
เราอยู่ชั้น สาม หากชั้นสี่ขึ้นไปน่าจะเห็นวิวทะเลชัดเจนสวยงามมากว่านี้ค่ะ เพราะโรงแรมอยู่บนหน้าผาวิวทะเลจึงสวยคลาสสิคมาก ๆ แต่ห้องที่อยู่ด้านข้างก็จะเห็นวิวทะเลน้อยหน่อยน่ะค่ะ

ปิ่นโตหม้อใหญ่สี่ชั้น อัดแน่นไปด้วย ข้าว ผัดเผ็ดรวมมิตรทะเลย ผัดผักรวมมิตร ข้าวผัด ฯลฯ แถมยังมีที่ไม่ได้โชว์คืออยู่ในกระเป๋าใส่อาหารข้าง ๆ อีก ประมาณว่า น้ำพริกหนุ่ม แค๊ปหมู น้ำพริกกุ้งสด ผักสด อันประกอบไปด้วย มะเขือเปราะ ถั่วพลู ผลไม้นานา ขนม ของขบเคี้ยวต่าง ๆ ฯลฯ อันเป็นของเหลือในตู้เย็น สภาพจึงไม่น่าดูนัก...
อ้อพอเข้าห้องมาแล้วเราก็เติมพลัง พอแม่บ้านเอาปิ่นโตที่เตียมมาให้เราก็แทบเป็นลม คือ เธอตั้งใจทำอาหารมา เธอบอกว่ากลัวของสดในตู้เย็นจะเสียเลยทำมาหมดตู้เย็นเลย…โปรดดู
หลังจากกลิ้งเกลือกกันในห้องพักแล้วก็พยายามจัดการสองลิงให้หลับ เพื่อจะได้มีแรงเดินสำรวจพัทยาช่วงค่ำ แต่ทำอย่างไรสองลิงก็ไม่หลับ แต่เล่นบนเตียง ซ่อนแอบกัน กระโดดโลดเต้น กันราวกับว่าไม่เคยเจอเตียงนอนมากก่อน วิ่งเข้าวิ่งออกระเบียงอีกด้วย ม๊ากลัวกระโดดลงไป แต่ว่ารั้วระเบียงสูงกว่าความสูงของสองลิง ก็ปลอดภัย แต่ต้องอยู่ในสายตาตลอด
สรุปผลสำรวจห้องพักก็คือ ประทับใจมากที่สุด เพราะว่าผิดคาด จากปีที่แล้วที่มาพัก ทุกอย่างของตึกใหม่นี้เพอร์เฟ็คเลยค่ะ ติดอยู่อย่างเดียวคือว่า พื้นห้อง ที่เลือกใช้กระเบื้องผิด เป็นแบบเนื้อพรุน ทำให้คราบดำ ๆ เกิดขึ้นราวกับลายหินอ่อนทั้ง ๆ ที่เพิ่งเปิดไม่กี่เดือน
สืบจากพนักงานได้ความว่า โรงแรมคนเต็มตลอดยังไม่มีเวลาใช้เครื่องขัดเลย ซึ่งเราก็ได้เขียนแนะนำโรงแรมไปแล้ว
สำหรับตึกเก่าของโคซี่นั้น เป็นตึกที่หันหน้าออกทะเลตรง ๆ เลย ดังนั้นใครที่ชอบอยู่โรงแรมมองวิวทะเล ก็เลือกตึกเก่าได้
ตอนหน้าจะพาไปชมเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร์ ซึ่งเด็ก ๆ ชอบมาก มาพัทยาทีไรไม่ไปไม่ได้
ยังมีรูปอีกเยอะเลยค่ะ รูปชายหาด สระว่ายน้ำ โปรดติดตามนะคะ

เคานท์เตอร์เช็คอิน น้อง ๆ เจ้าหน้าที่น่ารักสุด ๆ ช่วยแก้ปัญหาที่ทางเว็บไม่ได้จองห้องให้เราได้ในเวลาไม่นาน
แม้ว่าการชุมนุมประท้วงรัฐบาลของคนเสื้อแดงยังคงดำเนินอยู่กระจายทั่วประเทศ แถมพัทยาเองก็เพิ่งจะต้องยกเลิกการประชุมอาเซียนซัมมิทไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผู้นำประเทศต่าง ๆ รีบเดินทางออกจากพัทยาและกลับประเทศของตน บรรยากาศการบ้านการเมืองร้อนระบุปานนี้ก็ตาม แต่เราก็ไม่คิดเปลี่ยนใจ เพราะสองลิงตั้งความหวังไว้กับการเดินทางครั้งนี้มาก เพราะหม่าม๊าพูดถึงบ่อย ๆ เวลาม๊าแอบเข้าเน็ตสร้างเว็บและตามข่าวสารบ้านเมืองจนลืมสนใจลูก สองลิงเข้ามาประท้วง ทวงถาม ม๊าประเหลาะให้เล่นกันเอง ขอเวลาม๊าทำงานเพื่อหาเงินจ่ายค่าโรงแรม…
การเดินทางเริ่มต้นเมื่อเวลา 8 โมง จากแผนการเดิมที่จะออกจากบ้านไม่เกิน 6 โมงครึ่ง อันนี้เป็นความผิดเราเองที่ตื่นสาย เพราะมัวแต่ตามข่าวสารบ้านเมืองจนดึกดื่น การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย ไม่เร่งรีบ เพราะรถไปไม่ติดเลยสักนิด
ราวเวลาไม่ถึง 10 โมง พาหนะที่แสนสัตย์ซื่อก็พาพวกเรามาถึงโรงแรมโคซี่ที่จองห้องคืนหลังจากคืนห้องไปเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 11 วันที่รัฐบาลประกาศ พรก. ฉุกเฉินที่พัทยา บรรยากาศที่โรงแรมเงียบสงบ มีเราเช็คอินอยู่คนเดียว แต่ที่ห้องอาหาร ยังอยู่ในช่วงอาหารเช้า แขกนั่งทานอาหารกันเต็มเลย สังเกตุด้วยสายตาคร่าว ๆ เป็นอาหารเช้าทั่ว ๆ ไปแต่ดูคุณภาพดี เรามาแต่เช้าก็หิวนะ แต่คิดใจว่าพรุ่งนี้เป็นวันของเราจะลุยให้พุงกางเลย
ว๊าว…สวยมากมาย
การตกแต่งส่วนห้องโถงหน้าเคานท์เตอร์เช็คอิน ด้านหลังกำแพงปรุนั้นคือห้องอาหาร ประตูทางเข้าห้องอาหารอยู่ด้าน ซ้ายมือสุดของภาพ
บรรยากาศด้านห้องโถงบริเวณทางเข้าด้านหน้าของโรงแรม สวยงาม ดูดี มีระดับอย่างยิ่ง ตรงนี้ต้องขอสารภาพกับโคซี่ ที่ปีที่แล้ว มาพักที่ตึกเก่า ได้ห้องเก่า เราเซ็งมาก ก็เลยค่อนข้างจะถล่มโคซี่เวลามีใครเข้ามาถามน่ะ แต่ เวลานี้ ได้ใจไปเลย ล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะ โปรดติดตามว่าทำไมถึงได้ใจนะคะ ต้องดูทั้งโรงแรม
พวกเราขับรถเข้ามาที่จอดรถโดยไม่ได้เอากระเป๋าลงด้านหน้า จึงไม่ได้ถ่ายรูปด้านหน้าทางเข้า และเวลาอันแสนสุขสามวัน ก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก ไม่มีเวลาถ่ายซ่อมเลยค่ะ แต่ว่าที่ถ่ายมาได้นี่ก็หรูแล้วล่ะน้า…
แล้วเราก็เข้ามาที่ห้อง หมายเลข 6318 อันนี้ฟลุ๊คมาก ๆ เพราะว่าโทรคืนห้องแล้วเช้าวันเสาร์ที่ประกาศพรก. ฉุกเฉิน พอเย็นเค้าประกาศ ยกเลิก เราก็โทรจองต่อทันที เมื่อมาถึง น้องหน้าเคานท์เตอร์งง แต่ก็รีบหาห้องให้ และได้ห้องนี้ ซึ่งเป็นซีวิวแบบตรง ๆ น่ะ ดีใจมากมาย เพราะอีกห้องนึง ได้แบบเห็นทะเลแบบข้าง ๆ ขอบคุณน้องพนักงานมาก ๆ ทั้งสวยและน่ารัก และก็นิสัยดีอีกต่างหาก เคยอ่านรีวิวเจอว่า รอห้องนาน สำหรับเราไม่นานนะ และไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ได้แล้ว
เมื่อมาถึงห้องแรกที่สำรวจคือ ห้องน้ำ ใหม่มาก ๆ …
อ่างอาบน้ำตามที่ฝันเลย พิเศษสุดสยิวสำหรับคู่รักนะคะ มีประตูเปิดออกไปตรงเตียงนอนด้วย…สองลิงสะใจปีนเข้าปีนออกม๊าเลยหายสยิวเลย
มีห้องอาบน้ำแยกต่างหากอีก สะดวก สบาย สะอาด แถมประตูยังเปิดได้ทั้งสองด้านด้วย อิสระเสรี ไม่มีขีดจำกัด ฝักบัวน้ำแรงมาก คอนเฟิร์มค่ะ อาบแล้วไม่มีหงุดหงิดเลย ห้องนี้ สองลิงก็สนุกกับการเอาสบู่ก้อนของโรงแรมมาละเลงที่ผนังห้องน้ำส่วนที่เป็นพลาสติกใส ประมาณว่ากำลังทำความสะอาดห้องน้ำอยู่ บ้างก็ใช้สบู่วาดภาพ ตามจินตนาการ สนุกสาน แต่เปลืองน้ำมาก ๆ ขอโทษทีธรรมชาติ
โถชักโครกใหม่สะอาด พร้อมสายฉีดน้ำแรงค่ะ ภาพด้านบนเพิ่งสังเกตุเห็นน้ำในโถสีนวลเชียว ขอประทานโทษ ลิงสองตัวลุยแล้วไม่ได้กดค่ะ วิ่งไปสำรวจโลกทันที หม่าม๊าลืมดูด้วย อายจัง…
ขาดไม่ได้นี่ อ่างล้างหน้า ใหม่สะอาด พร้อมชุดสบู่เหลว แชมพู ครีมบำรุงผิว ชุดเย็บผ้า สำลีก้าน หมวกอาบน้ำ สบู่ก้อนล้างมือ แก้วน้ำ ผ้าเช็ดมือ ทุกอย่างดูดีมีระดับในคุณภาพ สี่ดาวนะ ตามความเห็นของเรา
ดูกันใกล้ ๆ เซ็ตสบู่ขวดสวย ชอบป้ายข้าง ๆ ที่ขอความร่วมมือในการอนุรักษ์ธรรมชาติ เซ็ตนี้ก็เก็บกลับบ้านสองชุดเลยเพราะนอนสองคืน สบู่ก้อนอีกสองก้อนให้เจ้าสองเขาใช้ ชุดสบู่ แชมพู นี้กลิ่นหอมหรูหราค่ะ
ลองใส่รูปเล็กดูค่ะ ห้องน้ำรูปเยอะหน่อย เพราะสำหรับเราเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาเลยว่าจะกลับมาพักอีกหรือไม่ หากห้องน้ำเน่านี่ หมดกันเลย ไม่ไปอีกแล้ว แต่ที่นี่ห้องน้ำใหม่และมีอุปกรณ์ครบ อ่างอาบน้ำถึงห้องอาบน้ำแยกต่างหาก
ทำไมถึงยาวแบบนี้นะ ยังไม่ถึงบรรยากาศห้องเลยค่ะ คงต้องต่อพรุ่งนี้เพราะว่าง่วงมาก ๆ เลย โปรดติดตามนะคะ
เป็นคนรักทะเลมาก รู้สึกว่าเวลามองทะเล หรือแค่ได้กลิ่นก็มีความสุข อารมณ์ต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปในทางละเมียดละไมในบันดล ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คงเป็นมนตร์สเน่ห์ของทะเลนั่นเอง
เคยใฝ่ฝันอยากมีบ้านริมทะเลสักหลังมานาน แต่หลังเหตุการณ์สึนามิก็เลยคิดได้ว่า ไปเที่ยวแบบเป็นครั้งคราว เลือกพักโรงแรมต่าง ๆ ที่ห่างชายหาดนิ๊ดนึง น่าจะเหมาะกับเรามากกว่า
แม้ว่าจะมีเพื่อน ๆ ญาติ ๆ หลายต่อหลาย ทักว่าพัทยาโทรมแล้ว น้ำทะเลสกปรก หาดทรายมีแต่ร่ม ฯลฯ ลูกยังเล็ก หาทะเลสะอาด ๆ น้ำใส ๆ ดีกว่าไหม หัวหินเป็นไง ปราณยิ่งดีใหญ่ ประมาณนี้ แต่สำหรับเราพัทยาเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ครอบครัว(เหมือนแม่เลี้ยงเดี่ยว)ของเราน่ะ ก็คือจะต้องเป็นโรงแรมที่
1. อยู่ใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องขับรถไกลไป เพราะเราขับรถเอง
2. น้ำทะเลไม่สกปรกเกินไป
3. โรงแรมที่พักสะอาด สะดวกในการเดินทาง การหาของทาน ใกล้เมืองนิดนึง เพราะเกรงว่าหากมีอะไรเราคณะหญิงล้วนจะได้ไม่ลำบากนัก เมื่อเทียบกับการพักที่พักที่ห่างเมืองออกไป
4. มีหาดส่วนตัว หรือชายหาดที่ไม่ใช่โคลน ต้องเล่นน้ำได้ไม่ใช่ดูน้ำอย่างเดียว
5. ราคาไม่สูงจนเกินไป เพราะเรา “งก” และอีกอย่างต้องเปิดอีกห้องให้พี่เลี้ยงลูกด้วย
เรื่องการหาโรงแรมตามโจทย์ข้างต้นสำหรับเราแล้ว ปวดหัวมาก ๆ เพราะว่า เป็นคนที่ไม่ค่อยจะได้มีโอกาสไปไหน เนื่องจากพ่อเจ้าสองเขาเป็นหนุ่มเมืองที่ไม่ชอบแสงแดด หาดทราย แต่ตรงกันข้าม ท่านจะแนวหนุ่มพารากอน ประมาณนั้น พอมามีลูก เราในฐานะแม่เห็นว่าลูก ๆ ควรจะได้สัมผัสกับ หาดทาย สายลมและ แสงแดดเพื่อพัฒนาการอันดีทั้งสติปัญญา และร่างกาย(อิอิ…จริง ๆ แล้วคือเพื่อเติมเต็มกิเลสของแม่ด้วยอีกประการหนึ่งน่ะ) จึงได้จัดทริปทัวร์ทะเลเมื่อลูกอายุได้สองขวบครึ่งเป็นครั้งแรก หากมีโอกาสจะเอารูปและเหตุการณ์มาเล่าให้ฟัง
จริง ๆ แล้วทริปนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจ เพราะเพิ่งไปมาเมื่อเดือนกุมภาที่ผ่านมา พักที่โรงแรมบารอน บีช พัทยาใต้ แต่เป็นเพราะรู้สึกเครียดกับสถานการณ์บ้านเมืองก็เลยอยากจะไปให้ทะเลปลอบโยนจิตใจให้ผ่อนคลายเสียหน่อย เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ก็ลุยงานท่องเที่ยวไทยฯ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เดือนมีนาคมที่ผ่านมา
เพราะเป็นละอ่อนด้านการท่องเที่ยว ไม่ใคร่จะมีบุญได้เที่ยวอย่างใครเขา ดังนั้นโรงแรมไหนสภาพอย่างไรอยู่ตรงไหนไม่สันทัดเลย นั่นจึงเป็นเหตุให้ไปงานท่องเที่ยวไทยแล้วได้คูปองโรงแรมที่มันไม่ได้ดั่งใจ…ทู๊กที
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็คือ ทุกครั้งที่มีงาน เราจะมีเวลาไปงานในวันสุดท้าย ทุกที และจะให้เผอิญมีเวลาจำกัดในการเข้าไปดูงาน อาทิเช่น 1 ชั่วโมงเป็นต้น ท่านผู้อ่านลองจินตนาการเอานะคะว่า จะต้องวิ่งหัวปั่นแค่ไหนในศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในขณะที่ต้องตัดสินใจเลือกนั้น ก็จึงเลือกเอาที่ราคาและรูปภาพในโบรชัวร์เสียก่อน แพงไปก็ไม่กล้าลงทุน ถูกไปก็กลัว
ครานี้ก็เช่นกับคราวก่อนที่ให้บังเอิญมีญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยมที่บ้าน วันนั้นพอดิบพอดี จึงต้องเร่งทำเวลา เวลาอ่านรายละเอียดในโบร์ชัวก็ไม่มีต้องอาศัยว่า พนักงานที่ไหนสนใจเรามากที่สุดก็เลือกเลย ในที่สุดก็ได้มาสองใบ
โรงแรม “แอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน พัทยา” โอเชี่ยนวิงส์ เดอลักซ์ ใบละ พันเจ็ดร้อยบาท ห้องพักซีวิวตรง ๆ เลย ไม่มีเอียง เค้าให้ดูรูปบอกว่าตกแต่งใหม่ สระว่ายน้ำใหญ่มาก ๆ มีหลายสระด้วย ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นชายหาดส่วนตัว…
จ่ายเงินเสร็จ โทรไปจองห้องพักทันที เช็คอิน 12 เมษายน ออกวันที่ 14 เมษายน คราวนี้พักสองคืน กะว่าจะเอาหนังสือกับคอมพ์ไปด้วย ใช้เวลาริมหาดอย่างสบายใจ นึกภาพตัวเองกับลูกน้อยสองลิงอยู่ริมหาดทราย สายลม แสงแดด…ว๊าวหาดส่วนตัวด้วยนะ หรูสุดที่เราเคยไปพักมาตอนสาว ๆ ก็รอยัลคลิ๊ฟ แต่เราไม่ชอบชายหาดเค้าน่ะ ของแอมบาสเดอร์นี่ ดูจากรูปแล้วหาดสวยเชียว กรี๊ด…นึกเร่งวันเวลาให้มาถึงเร็ววัน
สาเหตุหลักที่ตัดสินใจเลือกแอมบาสเดอร์นี้ก็คือ “หาดส่วนตัว” โรงแรมในพัทยา ที่มีหาดส่วนตัวและราคานี้ ณ เวลานั้น หาไม่ได้ หากจะมีก็แบบว่าต้องจ่ายทีนึงห้าห้อง อะไรประมาณนั้น จ่ายเงินเสร็จ กลับบ้าน คืนนั้น คลิ๊กทันที เข้าเช็ครีวิว โรงแรมแอมบาสเดอร์ที่พันทิป ห้องบลูแพลเน็ท เลยค่ะ
……….อ่ะ…..ให้เวลาขำห้านาที…
ผลก็คงจะเป็นอย่างที่เพื่อน ๆ ที่ชำนาญด้านโรงแรมคงจะรู้ ๆ กัน ขอไม่ลงว่า ได้อ่านความเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับโรงแรมนี้ในเน็ตอย่างไรบ้าง ซึ่งทำให้เราต้องรีบหาโรงแรมใหม่ทันที ก็มีสองลิงไปด้วยกับเรื่องอย่างว่า ที่เขาเล่าลือกัน ใครเลยจะกล้า หลังจากเฝ้าอุตส่าห์ใช้เวลาสองอาทิตย์เต็ม ๆ ในการคลิ๊กหาโรงแรมที่เมืองพัทยาตามเสป็คเราดังที่กล่าวไว้
เชื่อหรือไม่ “ป้า” งมหาถึงตีสองตีสามกว่าจะตัดสินใจเลือก โรงแรม “โคซี่ บีช พัทยา” ก่อนหน้านั้นมอง นุสาพลาญ่า ไว้ แต่ว่า คำนวณค่าใช้จ่ายแล้วเกินหมื่นค่ะสำหรับพักสองห้องสองคืน
ติดตามการเดินทางของสองเขาน้อยได้ในตอนต่อไป 12 เมษายน 2552 ฝ่าพรก.ฉุกเฉินสู่พัทยา มุ่งหน้าเขาพระตำหนัก เข้าพักโคซี่ บีช และขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามา อย่าลืมทักทายกันนะคะ
โลกนี้มีเพียงเราสองคน(ตัว)
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ไม่มีอะไรหรอก ลัคกี้มันหน้าหม้อน่ะ”
“ลัคกี้ หน้าหม้อ!!!”
ฉันเล่าอาการที่ลัคกี้ว่ายน้ำกวดเลิฟลี่ตั้งแต่แรกพบถึงข้ามคืนเลยทีเดียวให้พี่บัญชาฟัง ฉันกลัวว่าเลิฟลี่จะถูกลัคกี้กัดเอา ตอนเช้าก่อนที่ฉันจะออกจากห้องมาที่ทำงาน ลัคกี้ยังคงว่ายไล่เลิฟลี่อย่างบ้าคลั่ง จะแยกมันออกจากกันก็ไม่ได้เพราะฉันมีสายออกซิเจนชุดเดียว จึงต้องกำชับเลิฟลี่ให้ระวังตัวเองแล้วออกมาทำงานด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยของเลิฟลี่
พี่บัญชาฟังแล้วกลับหัวเราะใหญ่ แถมยังใส่ร้ายว่าลัคกี้ “หน้าหม้อ”
continue reading
เลิฟลี่ โอ้ ! มายเลิฟ
กว่าขวบปีผ่านไปที่ลัคกี้อยู่กับฉัน ขณะนี้มันตัวโตขึ้นมาเป็นเกือบสามเท่านับจากที่ฉันอุ้มมันมาจากบริษัท ฉันตั้งชื่อเจ้าปลาน้อยตัวนี้ว่า “ลัคกี้” ให้สมกับความโชคดีของมันที่สามารถรอดชีวิตมาได้
เพื่อนตายไปหมด ตัวเองอาการร่อแร่ เชื้อโรคเกาะขาวไปทั้งตัว ครีบเปื่อยหางเปื่อย ภายในหนึ่งอาทิตย์ ปลาน้อยตัวนี้กลับฟื้นคืนกลับมาแข็งแรง แถมยังกินเก่งมาก จนบัดนี้ตัวอวบใหญ่ ลักษณะปลาทูหมดไป มันกลายเป็นปลาทองออรันดาเต็มตัวที่สวยสง่า ที่หัวมีวุ้นสีส้มเคลือบอยู่ขนาดสมวัย คีบหลังตั้งเหยียดตรง หางยาวเป็นพวงแยกสยายเหมือนปีกผีเสื้อ เวลาว่ายน้ำ หางของมันพลิ้วไหวไปมาดูสวยงามมาก
ยังจำได้ ตอนพาไปให้หมอดู คุณหมอเองยังบอกว่า
continue reading














































