Archive for the ‘ Lucky and I ’ Category

ตอนที่หก
โลกนี้มีเพียงเราสองคน(ตัว)

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ไม่มีอะไรหรอก ลัคกี้มันหน้าหม้อน่ะ”
“ลัคกี้ หน้าหม้อ!!!”
ฉันเล่าอาการที่ลัคกี้ว่ายน้ำกวดเลิฟลี่ตั้งแต่แรกพบถึงข้ามคืนเลยทีเดียวให้พี่บัญชาฟัง ฉันกลัวว่าเลิฟลี่จะถูกลัคกี้กัดเอา ตอนเช้าก่อนที่ฉันจะออกจากห้องมาที่ทำงาน ลัคกี้ยังคงว่ายไล่เลิฟลี่อย่างบ้าคลั่ง จะแยกมันออกจากกันก็ไม่ได้เพราะฉันมีสายออกซิเจนชุดเดียว จึงต้องกำชับเลิฟลี่ให้ระวังตัวเองแล้วออกมาทำงานด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยของเลิฟลี่
พี่บัญชาฟังแล้วกลับหัวเราะใหญ่ แถมยังใส่ร้ายว่าลัคกี้ “หน้าหม้อ”
continue reading

ตอนที่ห้า
เลิฟลี่ โอ้ ! มายเลิฟ

กว่าขวบปีผ่านไปที่ลัคกี้อยู่กับฉัน ขณะนี้มันตัวโตขึ้นมาเป็นเกือบสามเท่านับจากที่ฉันอุ้มมันมาจากบริษัท ฉันตั้งชื่อเจ้าปลาน้อยตัวนี้ว่า “ลัคกี้” ให้สมกับความโชคดีของมันที่สามารถรอดชีวิตมาได้
เพื่อนตายไปหมด ตัวเองอาการร่อแร่ เชื้อโรคเกาะขาวไปทั้งตัว ครีบเปื่อยหางเปื่อย ภายในหนึ่งอาทิตย์ ปลาน้อยตัวนี้กลับฟื้นคืนกลับมาแข็งแรง แถมยังกินเก่งมาก จนบัดนี้ตัวอวบใหญ่ ลักษณะปลาทูหมดไป มันกลายเป็นปลาทองออรันดาเต็มตัวที่สวยสง่า ที่หัวมีวุ้นสีส้มเคลือบอยู่ขนาดสมวัย คีบหลังตั้งเหยียดตรง หางยาวเป็นพวงแยกสยายเหมือนปีกผีเสื้อ เวลาว่ายน้ำ หางของมันพลิ้วไหวไปมาดูสวยงามมาก
ยังจำได้ ตอนพาไปให้หมอดู คุณหมอเองยังบอกว่า
continue reading

Thursday, March 26th, 2009 - by มีมี่ - No Comments
ตอนที่สี่
บ้านหลังใหม่

“ล้าค….กี้!!!”
ฉันตวาดแว๊ดจนเจ้าลัคกี้สะดุ้งโหยง มันพลิกตัวพุ่งลงน้ำไปอย่างรุนแรงในทันที ลำตัวและหางสะบัดกระแทกแผ่นน้ำจนหยาดน้ำกระเซ็นเลอะใบหน้าฉันเป็นครั้งที่สองในชั่ววินาทีเดียว
ยิ่งตกใจ เจ้าลัคกี้ก็ยิ่งว่ายน้ำไปมาอย่างกระสับกระส่ายกระวนกระวาย ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวอะไรสักอย่าง นั่นทำให้ฉันได้สติขึ้นมา ฉันอึ้งไปชั่วครู่ สักพักก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห ปนขำขันตัวเอง
ฉันตวาดมันเพราะมันดิ้นไม่หยุดจนน้ำกระเด็นใส่หน้าฉันในขณะที่ฉันกำลังบรรจงปล่อยมันลงไปอยู่ในที่พักชั่วคราว ซึ่งก็คือกาละมังซักชุดชั้นในใบสีชมพูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 นิ้ว ของฉัน (กาละมังใบเดียวในบ้านเพราะเสื้อผ้าอื่น ๆ ฉันส่งซักข้างนอก) มันคงกลัวว่าจะถูกจับไปทำอะไร ถึงได้ดิ้นพรวด ๆ จนหน้าฉันและเสื้อเปียกไปหมด กลายเป็นว่าเพราะฉันไปถือสาหาความกับสัตว์เล็ก ๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ กรรมจึงตามทันตาเห็น โดยการให้ฉันถูกน้ำที่เต็มไปด้วยเมือกจากตัวเจ้าลัคกี้กระเด็นมาใส่อีกครั้ง ทั้งเหม็นคาว ทั้งกลัวว่าหน้าจะแพ้ยาแก้โรคต่าง ๆ ที่หยดลงไปในน้ำจนเป็นสีฟ้า แล้วยังเสื้อเชิร์ตสีครีมก็เลอะสีฟ้าของน้ำยาเป็นจุด ๆ (ซักออกหรือเปล่าก็ไม่รู้)
continue reading

ตอนที่ สาม
ปฏิบัติการลับสุดยอด “อุ้มสายฟ้าแลบ”

“กริ๊ง!!!”
เสียงนาฬิกาปลุกลั่นกระทบโสตประสาทอันอ่อนระทวยของฉัน “หกโมงแล้ว!!!”
ก่อนจะผล็อยหลับไปตอนตีสองของคืนนั้น ฉันตัดสินใจแน่วแน่ว่าวันนี้จะแตกหักกับพี่นก จะไม่เกรงใจเธออีกต่อไป ระหว่างการช่วยชีวิตกับการอยู่เฉยมองดูพวกมันตายไป ฉันเลือกที่จะช่วยชีวิตพวกมัน
ฉันไม่ใช่เด็กอย่างเมื่อก่อนอีกแล้วที่จะปล่อยให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องผ่านไปด้วยความขลาดไม่กล้าจะลุกขึ้นมาสู้ แล้วมาเสียใจไม่สบายใจในภายหลังว่าทำไมถึงไม่ลงมือทำให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ฉันจึงเตรียมถังน้ำใบกะทัดรัด(ปกติใช้สำหรับใส่น้ำถูบ้านค่ะ) พร้อมฝาปิดระร่ำระลักมาบริษัทแต่เช้าเพราะเป็นห่วงลูกปลาป่วยพวกนั้น รีบมาบริษัทก่อนพี่นก ตั้งใจว่าจะเอาปลาทั้งหมดออกมาจากตู้ใส่น้ำใหม่ในถังน้ำแล้ว ฉันจะพาพวกมันไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์จุฬา
เมื่อคืนเป็นห่วงพวกมันมากจนแทบจะนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายไปทั้งคืน ฉันรู้สึกกลุ้มใจเพราะสงสารพวกมันเหลือเกิน สังหรณ์ใจว่ามันจะไม่รอดกัน
continue reading

ตอนที่ สอง
ช่วยด้วย!!! เพื่อน ๆ หนูป่วยหนัก!

“มันไม่รอดหร๊อก!”
พี่บัญชา เจ้าหน้าที่การตลาดฝ่ายสินเชื่อคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของฉัน พูดขึ้นมาพลางส่ายหน้า เขาเป็นชายหนุ่มอนาคตดีคนหนึ่ง เป็นรุ่นพี่ฉันสิบปี ถ้าไม่เกี่ยงว่าเขามีครอบครัวแล้วละก็ ฉันคงจะจีบเค้ามาเป็นแฟนแน่ ๆ ก็หาได้ที่ไหนกันคะสมัยนี้ ชายหนุ่มหน้าตาดีแถมอ่อนโยน มีมนุษย์สัมพันธ์เป็นเลิศ พิเศษสุดคือ เขารักสัตว์เหมือนฉัน โดยเฉพาะปลาทอง ที่บ้านของเขาเลี้ยงปลาทองหัวสิงห์ไว้เป็นฝูงเลยทีเดียว จนถึงกับขุดบ่อเลี้ยงปลาทองตามตำราการเลี้ยงปลาทองโดยเฉพาะ
พี่บัญชาบอกว่านักเลี้ยงปลาทองจริง ๆ จะเลี้ยงในบ่อหรืออ่างน้ำที่มีระดับน้ำไม่ลึกนัก อันจะช่วยให้ปลามีรูปร่างลักษณะที่สวยงาม แต่ผู้คนโดยทั่วไปมักจะนำมาเลี้ยงในตู้กระจกเพื่อที่จะได้เห็นความสวยงามเวลาที่ปลาว่ายน้ำทุกแง่มุมเป็นที่ เพลินตาเพลินใจ หารู้ไม่ว่านั่นคือการทำร้ายสัตว์เลี้ยงที่แสนจะน่ารักน่าทะนุถนอมประเภทนี้อย่างร้ายแรง
continue reading

ตอนที่ หนึ่ง
อะไรกันนี่! ปลาทองพันธุ์ทูน่า!!!

“อุ๊ย! ลูกปลาทองน่ารักจังเลย พี่แจ๊ด เปลี่ยนปลาหรือพี่ ปลาเทวดาหายไปไหนหมดคะ?”
ฉันถามพี่แจ๊ด สาวใต้ หน้าตาคมขำวัยสามสิบปลาย ๆ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ที่บริษัทมาประมาณเจ็ดปีแล้ว เมื่อไม่เห็นปลาเทวดาราวยี่สิบตัวในตู้ปลาใบใหญ่ซึ่งวางติดผนังด้านขวามือของประตูทางเข้าของบริษัทเหมือนทุกวัน
แปลกจริง? วันนี้กลับมีลูกปลาทองตัวกระจิดริดน่ารักสี่ตัวมาอยู่แทน เป็นไปไม่ได้แน่ที่นายชาวมาเลเซียของฉันจะย้ายพวกมันกลับไปเลี้ยงที่บ้าน เพราะฉันรู้ว่าเจ้านายถือฮวงจุ๊ยมาก ๆ แกมั่นใจมากว่า ถ้าหน้าประตูมีน้ำมีปลา จะนำพาความอุดมสมบูรณ์มาสู่บริษัทของเรา แกจึงสั่งให้ซื้อตู้ปลาใบใหญ่ยาวราวเมตรครึ่ง ยี่ห้อดังแพงหูฉี่ พร้อมด้วยระบบวัดปรับอุณหภูมิน้ำเสร็จสรรพ มาไว้ที่ข้างประตูทางเข้าบริษัท และเลี้ยงแต่ปลาเทวดาเท่านั้นด้วยความชื่นชมเทวดา เอ๊ย! ปลาเทวดา เป็นการส่วนตัว แกเคยบอกฉันว่ามันเป็นปลาที่ว่ายน้ำได้สง่างามที่สุดเหนือปลาใด ๆ (ขนาดปลามังกรที่ว่าแพงๆ และว่ายน้ำแบบหยิ่ง ๆ ยังชิดซ้ายค่ะ) บ่อยครั้งที่ตอนเช้าก่อนเข้างานฉันจะเห็นแกมานั่งที่โซฟาข้างตู้ปลาแล้วหยอกล้อกับเจ้าปลาเหล่านั้นมาตลอด
continue reading

Tuesday, February 24th, 2009 - by มีมี่ - No Comments
คำนำ

ลัคกี้ คือปลาทองพันธุ์ออรันดา เพศผู้ อายุประมาณ 4 ปี ที่ดิฉันรับเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กจนโตเต็มที่ อันที่จริงแล้วนั้น ปลา เป็นสัตว์ที่ดิฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะหามาเลี้ยงด้วยความยุ่งยากในการเลี้ยงดูที่จะต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้อาหารและการดูแลเปลี่ยนน้ำ อีกทั้งดิฉันออกจะมีใจให้แมวเหมียวมากกว่า ความเป็นไปได้ที่ดิฉันจะเลี้ยงปลาเมื่อตอนโตเป็นผู้ใหญ่นี้จึงแทบจะไม่มี แต่แล้วโชคชะตาก็ลิขิตให้ดิฉันต้องมาทำหน้าที่เป็นแม่ปลาและย่าปลาในที่สุด
ฉันตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยความรักความผูกพันที่มีให้กับลัคกี้และลูก ๆ ของมัน และด้วยวัตถุประสงค์หลักที่อยากจะให้ปลาได้รับการเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่เพิ่มมากขึ้น อันจะลดอัตราการป่วยตายของมันลงได้บ้าง โครงเรื่องและตัวละครส่วนใหญ่เป็นประสบการณ์จริงในชีวิตดิฉัน มีส่วนน้อยที่เสริมแต่งเข้าไปเพื่อให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์เข้มข้นมากยิ่งขึ้น หากการเอ่ยอ้างใด ๆ กระทบกระเทือนถึงผู้ใด ดิฉันต้องกราบขออภัย
เกร็ดความรู้ความเข้าใจในการดูแลปลาทองที่ดิฉันเขียนนั้น มาจากประสบการณ์จริงตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ทุ่มเทกับลัคกี้และครอบครัวของมันและการอ่านตำราบางส่วน ดิฉันมิบังอาจที่จะอวดอ้างความรู้เหนือผู้อื่นใด เพียงแต่ต้องการจะแบ่งปันแง่มุมที่ดิฉันใช้แล้วสำเร็จเกิดผล อันอาจจะมีประโยชน์ต่อคนรักปลา หรือคนที่คิดจะเลี้ยงปลาทุกท่าน
ดิฉันขอขอบคุณพี่คนขายปลาที่ชั้นใต้ดินห้างเอ็มโพเรี่ยมที่กรุณาเสียเวลารับฟังและให้คำแนะนำการเลี้ยงดูที่ถูกวิธีให้กับดิฉันตลอดมา(โดยไม่กดนาฬิกาจับเวลาเพื่อคิดเงินเหมือนบางธุรกิจ) คำแนะนำของท่านทั้งสองมีคุณค่าและเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลัคกี้มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้
ดิฉันหวังเพียงแต่ว่า หากท่านผู้อ่านมีสัตว์เลี้ยงที่บ้าน ขอได้โปรดให้ความรักความเอาใจใส่ต่อพวกมันยิ่งขึ้นหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านแทนพวกมันอย่างจริงใจ

มีมี่
23 กันยายน 2551