Archive for the ‘ แม่และเด็ก ’ Category

เมื่อลูกสามขวบอยากเล่นเปียนโน

เมื่อลูกสามขวบอยากเล่นเปียนโน

แม่ ๆ อย่างเรา ๆ จะทำอย่างไร หากลูกชายอายุสามขวบมาร้องบอกว่าอยากเล่นเรียนเปียนโน แม่อย่างดิฉัน …จัดให้ค่า…

มันไม่ใช่เป็นการเรียนตามกระแส หรืออยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะทางดนตรี เด่นโก้เหนือใคร เช่นเดียวกันกับการสนับสนุนให้ลูกทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่มีความเห็นแย้งจากคนรอบข้าง หรือ สังคมรอบข้าง ที่ผ่านมาสามปี

เหตุผลหลักคือ ลูก ๆ ชอบและมีความสุขกับเสียงเพลง

ขุนเขากับสันเขาชอบเสียงเพลงตั้งแต่เล็ก ๆ โดยเฉพาะเจ้าตัวน้องสันเขานั้น เปิดแผ่นริชาร์ด เครเดร์มองต์ฟังเองก่อนนอนแทบทุกวัน ที่วางซีดีมีเพลงของนักร้องอื่นมากมาย แต่ลูกเลือกที่จะหยิบแต่ เพลงบรรเลงเปียนโนโดยท่านนักดนตรีท่านนี้

เรื่องความชอบเป็นอะไรที่ทั่วไป เด็กที่ไหนก็ชอบดนตรี แต่ความสนใจที่จะเรียนต่างหากที่แม่ ๆ ต้องพิจารณา

ความสนใจในการจะเรียนเปียนโนของลูก ๆ ได้มาจากการซึมซับเสียงเปียนโนจากเพื่อนบ้านตรงข้ามซึ่งเป็นบ้านของนักการทูตระดับสูงจากประเทศสิงค์โปร์ ครอบครัวนี้มีลูกชายสองคนอายุเจ็ดขวบและสิบสองขวบ ทั้งสองเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา เด็กทั้งสี่คนวิ่งเล่นด้วยกันอยู่ทุกวัน แม้ว่าขุนกับเขาจะอ่อนกว่าเด็กสองคนนั้นก็ตามที แต่ก็กระตือรือร้นที่จะเล่นกับพี่ชายที่ตัวโตกว่าตนเอง

เป็นเวลาหนึ่งปีเศษ ๆ ที่ พวกเขาเชิญครูพิเศษสอนเปียนโนมาสอนลูก ๆ ทั้งสอง ฝ่ายพวกเรานั้นได้ยินเสียงเปียนโนไพเราะ ๆ มาจากบ้านพวกเขาเสมอ และรับรู้ได้ถึงการพัฒนาฝีมือการเล่นของเด็กทั้งสอง โดยเฉพาะพี่ชายคนโตซึ่งเมื่อได้เปียนโนหลังใหญ่และคุณครูสอนแล้วก็แทบไม่มาวิ่งเล่นกับพวกเราที่บ้านอีกเลย เขาจะขลุกอยู่แต่กับการฝึกซ้อมเปียนโน ซึ่งดิฉันถึงกับเปรยกับพี่สาวว่า หากไม่รู้ว่าใครเล่นนะจะต้องหลงใหลตัวคนเล่นแน่ๆ เพียงแค่ได้ยินเสียงเพลง

เมื่อเพื่อนที่เคยมาวิ่งเล่นในบ้านด้วยกันเริ่มห่างหาย สองลิงน้อยก็เที่ยวได้ไปชะเง้อชะแง้แลมอง เวลาเค้าเรียนกัน และ พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมโดยการวิ่งเข้าไปแตะ ๆ คีย์บอร์ด ซึ่งดิฉันต้องวิ่งไปเอาตัวออกมาบ่อยๆ

กระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าคงต้องพิจารณาการสนับสนุนด้านการเรียนเปียนโนเป็นพิเศษให้กับทั้งสองก็เมื่อครั้งที่ สองลิงเล่นอยู่กับเปียนโนของเพื่อนบ้าน สี่มือน้อย ๆ ระดมกระแทกลงบนคีย์บอร์ด ความพิเศษอยู่ตรงที่ขุนเขาซึ่งนั่งเก้าอี้(เราเข้าไปครอบครองเปียนโนของชาวสิงคโปร์นั่นเลย) ไม่เพียงแต่จะใช้มือเล่นเปียนโน(แบบมั่ว ๆ ) แต่ลูกยังส่ายศีรษะและโยกตัวไปเข้ากับจังหวะที่ลูกเล่นอยู่ ดิฉันคิดเอาว่าลูกคงจะ “อิน” มาก ๆ

จุดนั้นเป็นจุดที่ดิฉันเริ่มพิจารณาการให้ลูก ๆ เรียนเปียนโนเป็นพิเศษนอกจากคลาสดนตรีสำหรับเด็กเล็กที่ “สถาบันดนตรีมหาวิทยาลัยมหิดล” ที่เราเริ่มเรียนเมื่อลูกอายุสองขวบเก้าเดือน

ต่อเมื่อเจ้าขุนเดินมาบอกว่า

“หม่าม๊า ขุนอยากเรียนเปียนโน” ดิฉันถาม

“จริงหรือ เรียนเปียนโนต้องมีค่าใช้จ่ายนะครับ ป๊าม๊าต้องทำงานหนักมากขึ้นนะครับ แล้วเราก็เรียนคลาสดนตรีเด็กเล็กอยู่ที่มหิดลอยู่แล้วด้วย พอดีกว่านะครับ”

“แต่ขุนอยากเรียน ขุนอยากเล่นเปียนโนเหมือนจัสตินกับจูเลียน” ขุนส่งสายตาอ้อนแม่

“ลูกแน่ใจว่าจะตั้งใจเรียนนะ”

ลูกตอบ อย่างมั่นใจ “ผมจะตั้งใจเรียน”

“แล้วสันเขาล่ะ อยากเรียนหรือเปล่าครับ” ดิฉันหันไปถามน้องชายที่ยืนเชียร์พี่ชายอยู่ข้าง ๆ

สันเขาสีหน้าทะเล้น แต่ก็ตอบกลับมาแบบตื่นเต้นที่จะได้เรียนเปียนโนกับคุณครูที่พวกเขาคงแอบมองอยู่นานแล้ว
“อยากเรียนครับ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวม๊าจะลองถามคุณครูดูว่าจะมาสอนพวกเราได้หรือเปล่า ไม่รู้คุณครูมีเวลาหรือเปล่านะ”

นั่นเป็นที่มาของการเรียนเปียนโนอาทิตย์ละสองครั้งของขุนเขาและสันเขา

Day 1

27 กุมภาพันธ์ 2552 ตรวจสุขภาพประจำปี

7.30 น. ตื่นเช้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบสองเดือนที่หมกหมุ่นกับการสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองและต้องนอนตีสามเป็นประจำ ฉันหอบลูก(ลิง)น้อยสองตัวกับพี่สาวและผู้ช่วยสาวอีกคน บึ่งรถออกจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น เพื่อไปตรวจร่างกายครั้งใหญ่ในรอบสองปีกว่าหลังจากที่ผลัดวันประกันพรุ่งมาจนถึงวันนี้ พร้อมกันนั้นก็ได้เพิ่มดีกรีการกดดันตัวเองให้ตัดสินใจตรวจร่างกายเสียทีก็คือการนัดหมอฟันทั้งสามคนแม่ลูกเสียเลย

พญาไท 1 เป็นโรงพยาบาลที่ครอบครัวฉันทำฟันมานานหลายปี เป็นการทำฟันอย่างเดียวจริง ๆ ด้วยประทับใจในตัวคุณหมอเป็นการเฉพาะ การรักษาพยาบาลอย่างอื่นเราอยู่กันที่โรงพยาบาลใกล้บ้านคือ บำรุงราษฎร์และสมิติเวชสุขุมวิท สำหรับการตรวจสุขภาพประจำปีครั้งหลังสุดนั้นเป็นช่วงที่ลูกฝาแฝดอายุราวหนึ่งขวบ ฉันใช้สิทธิลูกค้าบัตรแพลทินั่มของสมิติเวชซึ่งสมัครเพื่อให้ได้รับส่วนลดในการเข้ารับการทำคลอดที่นั่น ซึ่งการคลอดเด็กแฝด กอร์ปกับสภาพครอบครัวเดี่ยวของเราทำให้ฉันตัดสินใจอยู่โรงพยาบาล 8 วันด้วยกัน เพื่อให้แน่ใจจริงๆ ถึงสุขภาพของตนเองและลูกน้อย การทำบัตรสมาชิกครั้งนั้นจึงนับว่าคุ้มค่า

ต่อเมื่อตัดสินใจที่จะตรวจสุขภาพอีกครั้งปีถัดมา ปัญหาประติ๋วที่หลาย ๆ คนคงจะนึกขำว่าเป็นข้ออ้างในการเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ไม่ยอมเข้าตรวจเสียทีก็คือ การต้องอดน้ำอดอาหารก่อนตรวจ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง คนที่รักการรับประทานอาหารอย่างฉันนี้ เป็นอะไรทีทรมานมาก ๆ

สำหรับผู้หญิงในวัยเกิน 35 ปี การตรวจมะเร็งเต้านมเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เลยทีเดียวในการตรวจสุขภาพ ฉันคลำพบก้อนแข็ง ๆ เล็ก ๆ ด้านฐานของเต้านมด้านขวามมือมานาน แต่จำไม่ได้แล้วว่านานก่อนมีฝาแฝดหรือเปล่า เพียงแต่ใจเข้าข้างตัวเองมาโดยตลอดว่า “ไม่เป็นอะไร” ด้วยปกติแล้วเป็นคนแข็งแรง ไม่เคยต้องเข้าโรงพยาบาลแบบนอนพักรักษาตัวเลย ฉันบริจาคเลือดทุก 3 เดือนช่วงก่อนตั้งครรภ์และมาเริ่มใหม่หลังหยุดให้นมแม่ ครอบครัวของฉันไม่มีใครเป็นโรคมะเร็งใด ๆ สตรีในครอบครัวเท่าที่จะสืบย้อนในรุ่นใกล้ ๆ กันก็ไม่มีใครเป็นมะเร็งเต้านม หรือปากมดลูก ความมั่นใจตรงนี้เป็นสาเหตุอีกประการที่กล้า “ผลัดแล้วผลัดอีก” ในการมาตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจหามะเร็งเต้านมสำหรับฉันซึ่งอายุ 37 ปีในปีนี้

ต่อเมื่อพี่สาวได้ไปตรวจร่างกายมาและเอาสมุดรายงานการตรวจสุขภาพมาโชว์ ได้เห็นตัวเลขต่างๆ แล้ว เฮฮากัน ทำให้นึกถึงตัวบ้าง พี่สาวและสามีของฉันก็คะยั้นคะยอทุกวัน วันละสามเวลา พี่สาวถึงกับบ่นอย่างไม่พอใจในครั้งท้าย ๆ ว่า

“มี่ เจ๊ไม่เข้าใจเธอเลยนะว่า ทำไมน่ะ เวลาตัวเองเรียกให้ใครเค้าไปตรวจ ตัวเองพูดจามีเหตุผล เข้าใจถึงความสำคัญอะไรทุกอย่าง แต่ตัวเองทำไมไม่ไปเสียทีล่ะ ต้องคิดถึงลูกบ้างนะ ถ้ามีอะไรขึ้นลูกเล็ก ๆ จะทำอย่างไร”

คำพูดพี่สาวประโยคนี้ กอร์ปกับกระแสตรวจมะเร็งเต้านมทำให้ฉันตัดสินใจว่าจะเข้าตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยเฉพาะอยากรู้ว่าเจ้าเม็ดที่คลำได้เป็นกลุ่ม ๆ ในเต้านมด้านขวานั้นมันคืออะไรกัน มันจะเป็นก้อนของต่อมผลิตน้ำนมอย่างที่ฉันคิดเข้าข้างตัวเองหรือเปล่านะ

เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะยอมอดอาหารตามกฎกติกาการตรวจเลือด ฉันก็นึกอยากจะเปลี่ยนโรงพยาบาลที่จะไปตรวจสุขภาพ กำหนดการทำฟันของพวกเราสามคนแม่ลูกเลยหกเดือน มา 1 เดือนแล้ว ก่อนที่จะเลยมากไปกว่านี้ ไปเลยดีกว่าพร้อมกับตรวจสุขภาพที่นี่เลย
และทั้งหมดนั่นก็คือที่มาของการหอบฝาแฝดลิงออกจากบ้านยามพระอาทิตย์เรืองรอง

การตั้งครรภ์ครั้งแรกของดิฉันเป็นการตั้งครรภ์แฝดชาย ฮอร์โมนเพศชายรุนแรงหนักหนา ภาพสวยงามที่เคยวาดฝันไว้ตอนยังไม่ตั้งครรภ์จึงมลายหายไปกับตา ชุดคลุมท้องหลากแบบเก๋ไก๋ไฉไลเลิศที่เตรียมไว้ไม่ได้ช่วยบันเทิงใจเลย เมื่อดิฉันเกิดการแพ้ท้องอย่างหนักตลอดการตั้งครรภ์จนกระทั่งคิด” ฆ่าตัวตาย”…

Tuesday, February 24th, 2009 - by มีมี่ - 3 Comments

Aqua Baby ดังมากในเมืองไทยหลายปีก่อน เมื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์เด็กยี่ห้อหนึ่งนำวีดีโอเด็กทารกดำน้ำกับแม่ เป็นที่ฮือฮาและกล่าวขวัญกันมาก ฉันไม่เคยสนใจมากนัก เพียงแต่รับรู้ว่า เด็กว่ายน้ำได้…

กระทั่งเมื่อมาตั้งครรภ์มีลูกน้อยเป็นของตัวเอง และลูกแสดงท่าทางมีความสุขเวลาอาบน้ำ เวลาจุ่มตัวอยู่ในสระว่ายน้ำกับแม่ ฉันจึงสนใจที่จะฝึกลูกให้ว่ายน้ำตั้งแต่เด็ก ปกติแล้วเป็นคนที่หากจะทำอะไรจะศึกษาค้นคว้า เสิร์ชแบบเอาเป็นเอาตาย ยิ่งเป็นเรื่องของลูกวัยทารกแล้วยิ่งใช้เวลาและสายตามากเป็นพิเศษ

สมัยสองปีครึ่งที่ผ่านมา คำว่า “สอนลูกว่ายน้ำ” เป็นอะไรที่ว่าเสิร์ชไปก็พบข้อมูลน้อยมากสำหรับเว็บของไทย

(…ลิงน้อยร้องค่ะไว้มาต่อนะคะ สงสัยละเมอขอโทษด้วย)

เมื่อครู่ ตอนกล่อมสันเขาให้หลับอีกรอบหลังจากที่ตื่นมาร้องเข้าห้องน้ำ ดิฉันก็คิดได้ว่า จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมากกว่า หากว่า เขียนเรื่อง ณ ปัจจุบันด้วย เพราะว่า เป็นกิจกรรมที่เราทำกันแทบทุกวัน สันเขากับขุนเขาร้องขอไปว่ายน้ำทุกวัน ขณะที่ดิฉันเองพยายามรั้ง ๆ ไว้เพราะเกรงเรื่องของคลอรีนในน้ำ(อันนี้ก็ต้องคุยกันยาวอีก)

แรกเริ่มดิฉันคิดว่าหัวข้อ สอนลูกน้อยว่ายน้ำนั้นจะ เข้าไปเอาข้อมูลดิบ ๆ ในฮาร์ดดิสมาแก้ไขแล้วโพสท์ เพราะจดบันทึกไว้แทบทุกวัน เกี่ยวกับกิจกรรมของลูก แต่เมื่อเข้าไปก็พบว่า มีอะไรให้เรียบเรียงมากมาย เพราะเป็นภาษาที่เขียนแบบเร่งด่วน คำผิดก็เยอะมากเพราะว่าระดมพิมพ์ให้เร็วเข้าไว้(สาเหตุความจำเป็นให้ลองนึกภาพผู้หญิงคนนึงที่ ต้องเร่งรีบทำกิจกรรมแต่ละอย่างขณะที่ลูกหลับน่ะค่ะ เพราะเด็กฝาแฝดนี่ ผลัดกันตื่นขึ้นมางอแง บางทีตื่นพร้อมกันอีกด้วย) อีกทั้งจะคิดว่า ผู้อ่านเองก็คงจะมีลูกหลากวัยกัน ดังนั้น ดิฉันจะลงบันทึก ณ ปัจจุบันด้วย ควบคู่ไปกับการย้อนอดีต เริ่มต้น สอนลูกว่ายน้ำ