Archive for the ‘ 7 วันฉันจะเป็นมะเร็ง(หรือเปล่า)… ’ Category

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552  แม่ตรวจ ลูกก็ตรวจ

mammogram1

mammogram1

หลังจากผลัดคุณหมอ(โรงพยาบาลแห่งที่สองซึ่งเราไปตรวจเช็คซ้ำและคุณหมอเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจหาาเซลมะเร็ง) มาหลายนัด ตั้งแต่ต้นเดือน กันยายน ก็กลายเป็นเกือบจะปลายเดือนไปเสียนี่ เหตุผลสำคัญเลยก็คือ ว่า จำช่วงเวลาที่ประจำเดือนมาผิดไปในการนัดครั้งแรก

ทำไมช่วงเวลาของประจำเดือนจึงสำคัญ เหตุผลก็คือว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจเมมโมแกรมก็คือช่วง เจ็ดวันหลังมีประจำเดือนนั่นเอง

continue reading

Day 1

27 กุมภาพันธ์ 2552 ตรวจสุขภาพประจำปี

7.30 น. ตื่นเช้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบสองเดือนที่หมกหมุ่นกับการสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองและต้องนอนตีสามเป็นประจำ ฉันหอบลูก(ลิง)น้อยสองตัวกับพี่สาวและผู้ช่วยสาวอีกคน บึ่งรถออกจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น เพื่อไปตรวจร่างกายครั้งใหญ่ในรอบสองปีกว่าหลังจากที่ผลัดวันประกันพรุ่งมาจนถึงวันนี้ พร้อมกันนั้นก็ได้เพิ่มดีกรีการกดดันตัวเองให้ตัดสินใจตรวจร่างกายเสียทีก็คือการนัดหมอฟันทั้งสามคนแม่ลูกเสียเลย

พญาไท 1 เป็นโรงพยาบาลที่ครอบครัวฉันทำฟันมานานหลายปี เป็นการทำฟันอย่างเดียวจริง ๆ ด้วยประทับใจในตัวคุณหมอเป็นการเฉพาะ การรักษาพยาบาลอย่างอื่นเราอยู่กันที่โรงพยาบาลใกล้บ้านคือ บำรุงราษฎร์และสมิติเวชสุขุมวิท สำหรับการตรวจสุขภาพประจำปีครั้งหลังสุดนั้นเป็นช่วงที่ลูกฝาแฝดอายุราวหนึ่งขวบ ฉันใช้สิทธิลูกค้าบัตรแพลทินั่มของสมิติเวชซึ่งสมัครเพื่อให้ได้รับส่วนลดในการเข้ารับการทำคลอดที่นั่น ซึ่งการคลอดเด็กแฝด กอร์ปกับสภาพครอบครัวเดี่ยวของเราทำให้ฉันตัดสินใจอยู่โรงพยาบาล 8 วันด้วยกัน เพื่อให้แน่ใจจริงๆ ถึงสุขภาพของตนเองและลูกน้อย การทำบัตรสมาชิกครั้งนั้นจึงนับว่าคุ้มค่า

ต่อเมื่อตัดสินใจที่จะตรวจสุขภาพอีกครั้งปีถัดมา ปัญหาประติ๋วที่หลาย ๆ คนคงจะนึกขำว่าเป็นข้ออ้างในการเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ไม่ยอมเข้าตรวจเสียทีก็คือ การต้องอดน้ำอดอาหารก่อนตรวจ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง คนที่รักการรับประทานอาหารอย่างฉันนี้ เป็นอะไรทีทรมานมาก ๆ

สำหรับผู้หญิงในวัยเกิน 35 ปี การตรวจมะเร็งเต้านมเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เลยทีเดียวในการตรวจสุขภาพ ฉันคลำพบก้อนแข็ง ๆ เล็ก ๆ ด้านฐานของเต้านมด้านขวามมือมานาน แต่จำไม่ได้แล้วว่านานก่อนมีฝาแฝดหรือเปล่า เพียงแต่ใจเข้าข้างตัวเองมาโดยตลอดว่า “ไม่เป็นอะไร” ด้วยปกติแล้วเป็นคนแข็งแรง ไม่เคยต้องเข้าโรงพยาบาลแบบนอนพักรักษาตัวเลย ฉันบริจาคเลือดทุก 3 เดือนช่วงก่อนตั้งครรภ์และมาเริ่มใหม่หลังหยุดให้นมแม่ ครอบครัวของฉันไม่มีใครเป็นโรคมะเร็งใด ๆ สตรีในครอบครัวเท่าที่จะสืบย้อนในรุ่นใกล้ ๆ กันก็ไม่มีใครเป็นมะเร็งเต้านม หรือปากมดลูก ความมั่นใจตรงนี้เป็นสาเหตุอีกประการที่กล้า “ผลัดแล้วผลัดอีก” ในการมาตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจหามะเร็งเต้านมสำหรับฉันซึ่งอายุ 37 ปีในปีนี้

ต่อเมื่อพี่สาวได้ไปตรวจร่างกายมาและเอาสมุดรายงานการตรวจสุขภาพมาโชว์ ได้เห็นตัวเลขต่างๆ แล้ว เฮฮากัน ทำให้นึกถึงตัวบ้าง พี่สาวและสามีของฉันก็คะยั้นคะยอทุกวัน วันละสามเวลา พี่สาวถึงกับบ่นอย่างไม่พอใจในครั้งท้าย ๆ ว่า

“มี่ เจ๊ไม่เข้าใจเธอเลยนะว่า ทำไมน่ะ เวลาตัวเองเรียกให้ใครเค้าไปตรวจ ตัวเองพูดจามีเหตุผล เข้าใจถึงความสำคัญอะไรทุกอย่าง แต่ตัวเองทำไมไม่ไปเสียทีล่ะ ต้องคิดถึงลูกบ้างนะ ถ้ามีอะไรขึ้นลูกเล็ก ๆ จะทำอย่างไร”

คำพูดพี่สาวประโยคนี้ กอร์ปกับกระแสตรวจมะเร็งเต้านมทำให้ฉันตัดสินใจว่าจะเข้าตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยเฉพาะอยากรู้ว่าเจ้าเม็ดที่คลำได้เป็นกลุ่ม ๆ ในเต้านมด้านขวานั้นมันคืออะไรกัน มันจะเป็นก้อนของต่อมผลิตน้ำนมอย่างที่ฉันคิดเข้าข้างตัวเองหรือเปล่านะ

เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะยอมอดอาหารตามกฎกติกาการตรวจเลือด ฉันก็นึกอยากจะเปลี่ยนโรงพยาบาลที่จะไปตรวจสุขภาพ กำหนดการทำฟันของพวกเราสามคนแม่ลูกเลยหกเดือน มา 1 เดือนแล้ว ก่อนที่จะเลยมากไปกว่านี้ ไปเลยดีกว่าพร้อมกับตรวจสุขภาพที่นี่เลย
และทั้งหมดนั่นก็คือที่มาของการหอบฝาแฝดลิงออกจากบ้านยามพระอาทิตย์เรืองรอง