Archive for the ‘ เมื่อลูกสามขวบอยากเล่นเปียนโน ’ Category

Friday, June 5th, 2009 - by มีมี่ - No Comments

เมื่อลิงมาจับเปียนโน อะไรจะเกิดขึ้น โปรดติดตาม…ว่างจะเข้ามาเล่าค่ะ

สรุปความการเรียนเปียนโนของเด็กชาย ขุนเขา และเด็กชายสันเขา

โพสท์แรกในหัวข้อ “เมื่อลูกสามขวบอยากเล่นเปียนโน” นั้น เจ้าสองเขาอายุได้สามขวบ

เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ว่าให้ลูกเรียนแน่นอนก็ต้อง ตัดสินใจว่าจะ “เรียนที่โรงเรียนหรือสถาบันสอนดนตรี” หรือ “เรียนที่บ้าน”

เมื่อลูกสามขวบอยากเล่นเปียนโน

เมื่อลูกสามขวบอยากเล่นเปียนโน

แม่ ๆ อย่างเรา ๆ จะทำอย่างไร หากลูกชายอายุสามขวบมาร้องบอกว่าอยากเล่นเรียนเปียนโน แม่อย่างดิฉัน …จัดให้ค่า…

มันไม่ใช่เป็นการเรียนตามกระแส หรืออยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะทางดนตรี เด่นโก้เหนือใคร เช่นเดียวกันกับการสนับสนุนให้ลูกทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่มีความเห็นแย้งจากคนรอบข้าง หรือ สังคมรอบข้าง ที่ผ่านมาสามปี

เหตุผลหลักคือ ลูก ๆ ชอบและมีความสุขกับเสียงเพลง

ขุนเขากับสันเขาชอบเสียงเพลงตั้งแต่เล็ก ๆ โดยเฉพาะเจ้าตัวน้องสันเขานั้น เปิดแผ่นริชาร์ด เครเดร์มองต์ฟังเองก่อนนอนแทบทุกวัน ที่วางซีดีมีเพลงของนักร้องอื่นมากมาย แต่ลูกเลือกที่จะหยิบแต่ เพลงบรรเลงเปียนโนโดยท่านนักดนตรีท่านนี้

เรื่องความชอบเป็นอะไรที่ทั่วไป เด็กที่ไหนก็ชอบดนตรี แต่ความสนใจที่จะเรียนต่างหากที่แม่ ๆ ต้องพิจารณา

ความสนใจในการจะเรียนเปียนโนของลูก ๆ ได้มาจากการซึมซับเสียงเปียนโนจากเพื่อนบ้านตรงข้ามซึ่งเป็นบ้านของนักการทูตระดับสูงจากประเทศสิงค์โปร์ ครอบครัวนี้มีลูกชายสองคนอายุเจ็ดขวบและสิบสองขวบ ทั้งสองเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา เด็กทั้งสี่คนวิ่งเล่นด้วยกันอยู่ทุกวัน แม้ว่าขุนกับเขาจะอ่อนกว่าเด็กสองคนนั้นก็ตามที แต่ก็กระตือรือร้นที่จะเล่นกับพี่ชายที่ตัวโตกว่าตนเอง

เป็นเวลาหนึ่งปีเศษ ๆ ที่ พวกเขาเชิญครูพิเศษสอนเปียนโนมาสอนลูก ๆ ทั้งสอง ฝ่ายพวกเรานั้นได้ยินเสียงเปียนโนไพเราะ ๆ มาจากบ้านพวกเขาเสมอ และรับรู้ได้ถึงการพัฒนาฝีมือการเล่นของเด็กทั้งสอง โดยเฉพาะพี่ชายคนโตซึ่งเมื่อได้เปียนโนหลังใหญ่และคุณครูสอนแล้วก็แทบไม่มาวิ่งเล่นกับพวกเราที่บ้านอีกเลย เขาจะขลุกอยู่แต่กับการฝึกซ้อมเปียนโน ซึ่งดิฉันถึงกับเปรยกับพี่สาวว่า หากไม่รู้ว่าใครเล่นนะจะต้องหลงใหลตัวคนเล่นแน่ๆ เพียงแค่ได้ยินเสียงเพลง

เมื่อเพื่อนที่เคยมาวิ่งเล่นในบ้านด้วยกันเริ่มห่างหาย สองลิงน้อยก็เที่ยวได้ไปชะเง้อชะแง้แลมอง เวลาเค้าเรียนกัน และ พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมโดยการวิ่งเข้าไปแตะ ๆ คีย์บอร์ด ซึ่งดิฉันต้องวิ่งไปเอาตัวออกมาบ่อยๆ

กระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าคงต้องพิจารณาการสนับสนุนด้านการเรียนเปียนโนเป็นพิเศษให้กับทั้งสองก็เมื่อครั้งที่ สองลิงเล่นอยู่กับเปียนโนของเพื่อนบ้าน สี่มือน้อย ๆ ระดมกระแทกลงบนคีย์บอร์ด ความพิเศษอยู่ตรงที่ขุนเขาซึ่งนั่งเก้าอี้(เราเข้าไปครอบครองเปียนโนของชาวสิงคโปร์นั่นเลย) ไม่เพียงแต่จะใช้มือเล่นเปียนโน(แบบมั่ว ๆ ) แต่ลูกยังส่ายศีรษะและโยกตัวไปเข้ากับจังหวะที่ลูกเล่นอยู่ ดิฉันคิดเอาว่าลูกคงจะ “อิน” มาก ๆ

จุดนั้นเป็นจุดที่ดิฉันเริ่มพิจารณาการให้ลูก ๆ เรียนเปียนโนเป็นพิเศษนอกจากคลาสดนตรีสำหรับเด็กเล็กที่ “สถาบันดนตรีมหาวิทยาลัยมหิดล” ที่เราเริ่มเรียนเมื่อลูกอายุสองขวบเก้าเดือน

ต่อเมื่อเจ้าขุนเดินมาบอกว่า

“หม่าม๊า ขุนอยากเรียนเปียนโน” ดิฉันถาม

“จริงหรือ เรียนเปียนโนต้องมีค่าใช้จ่ายนะครับ ป๊าม๊าต้องทำงานหนักมากขึ้นนะครับ แล้วเราก็เรียนคลาสดนตรีเด็กเล็กอยู่ที่มหิดลอยู่แล้วด้วย พอดีกว่านะครับ”

“แต่ขุนอยากเรียน ขุนอยากเล่นเปียนโนเหมือนจัสตินกับจูเลียน” ขุนส่งสายตาอ้อนแม่

“ลูกแน่ใจว่าจะตั้งใจเรียนนะ”

ลูกตอบ อย่างมั่นใจ “ผมจะตั้งใจเรียน”

“แล้วสันเขาล่ะ อยากเรียนหรือเปล่าครับ” ดิฉันหันไปถามน้องชายที่ยืนเชียร์พี่ชายอยู่ข้าง ๆ

สันเขาสีหน้าทะเล้น แต่ก็ตอบกลับมาแบบตื่นเต้นที่จะได้เรียนเปียนโนกับคุณครูที่พวกเขาคงแอบมองอยู่นานแล้ว
“อยากเรียนครับ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวม๊าจะลองถามคุณครูดูว่าจะมาสอนพวกเราได้หรือเปล่า ไม่รู้คุณครูมีเวลาหรือเปล่านะ”

นั่นเป็นที่มาของการเรียนเปียนโนอาทิตย์ละสองครั้งของขุนเขาและสันเขา