“พี่สาวจ๋า…หนูคิดถึงพี่เหลือเกิน เมื่อไหร่จะมารับหนูไปอยู่ด้วยนะ”
หนูนอนร้องไห้คิดถึงพี่สาวทุกคืน แม้จะรู้ดีว่าไม่มีความหวังจะได้ไปอยู่บ้านพี่สาว เพราะพี่เคยบอกว่าอยู่คอนโด ไม่มีที่ให้หนู แต่หนูก็ยังแอบหวังอยู่ลึก ๆ ตลอดเวลา แม้ว่าบ้านใหม่ที่พี่สาวพาหนูมาฝากเลี้ยงไว้ จะใหญ่โต และมีเพื่อน ๆ สภาพเดียวกับหนูอยู่เป็นพัน มีอาหารให้พออิ่ม แต่สิ่งที่หนูโหยหาคือความรักความอบอุ่นต่างหาก
พี่สาวชื่ออะไรหนูไม่รู้ รู้แต่ว่าเธออายุประมาณต้นสามสิบ ผิวขาวเหมือนคนญี่ปุ่น เธอเป็นคนช่วยชีวิตหนูจากการถูกรถชนกลิ้งอยู่ข้างถนนเพชรบุรีก่อนถึงไฟแดงที่เลี้ยวขวาไปซอยนานา เป็นพลเมืองดีพาหนูไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล หมอเอ็กซเรย์แล้วบอกว่าหนูโชคร้ายกระดูกสันหลังหักทับเส้นประสาท หากจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นก็ลองนึกถึงไม้เรียวก้านตรงที่ถูกจับหักกลางลำเวลาครูโมโหแต่ไม่ได้หลุดออกจากกันมันยังคานกันอยู่ทำมุมสามร้อยสี่สิบองศา ตอนนี้กระดูกสันหลังของหนูมันก็รูปร่างแบบนั้นแหละ ร้ายที่สุดคือหมอบอกว่าผ่าตัดไม่ได้ และหนูต้องพิการตลอดช่วงล่างใช้ขาไม่ได้ไปตลอดชีวิต
continue reading
Archive for the ‘ 1,000% Mid-Road Dog ’ Category
ด้วยความกลัวว่าหมาขาวจะถูกจับไปยิงทิ้งตามที่ได้ยินมาจากเพื่อนแทบทุกคนในหอ ฉันยิ่งพยายามที่จะช่วยเหลือด้านจิตใจแก่มันก่อนที่จะสายเกินไป
ความพยายามสานสัมพันธ์กับหมาขาวจึงเริ่มขึ้นในวันที่สอง
“เอ้า กินซะนะข้าวไข่เจียว อร่อยน้า”
“แง่ง!..โฮ่งๆ!.. แฮ่ๆ!….แฮ่ง.!!!…….”
“กินหน่อยเถอะนะขาว ฉันอยากให้แกกินจริง ๆนะ”
“โฮ่งๆ!.. แฮ่ๆ!…แฮ่ง.!!!…..”
“ฉันวางไว้ตรงนี้นะ ไม่กินก็ตามใจแก ไม่มีแรงไม่รู้ด้วย”
“โฮ่งๆ!.. แฮ่ๆ!…แฮ่ง.!!!…..”
มันไม่ต้อนรับฉันเลย…
continue reading
“โฮ่งๆ!… โฮ่งๆ! แฮ่!!!……” เสียงแสดงความโกรธเกรี้ยวของหมาตัวหนึ่งดังมาจากร้านอาหารไทยริมถนนสารสินใกล้สามแยกถนนหลังสวนตรงข้ามกับสวนลุมพินี
ไม่เพียงแต่ส่งเสียงขู่ เจ้าของเสียงยังเกร็งโก่งตัวจนหลังงอ แยกเขี้ยวน้ำลายไหลยืด ตาขวาง
มันคือ หมาไทยสีขาวหน้าตาขะมุกขะมอมซึ่งอันที่จริงน่าจะเรียกว่ามันเป็นหมาสีเทามากกว่า ขนอันหยาบกระด้าง เกาะกันเป็นกลุ่มก้อนแข็ง เปรอะเลอะไปด้วยฝุ่นโคลนจากพื้นที่มันชอบเอาตัวลงไปคลุกนอน ชาวบ้านแถวนั้นเรียกมันว่า “หมาบ้า”
“ไอ้หมาบ้า! เดี๋ยวเถอะมึง ซ่าส์ นักใช่มั๊ย!”
ชายวัยฉกรรจ์ผิวคล้ำ แววตากร้าว ใบหน้าหยาบกร้าน พอ ๆ กับใบหน้าของเจ้าหมาบ้า ผลุดลุกจากโต๊ะอาหาร ย่างสามขุมเข้าไปหาหมาจรจัดตัวผอมโซที่กำลังร้องขู่ศัตรูไม่ให้เข้าใกล้ ในทันใดนั้นขวดแก้วสีน้ำตาลเข้มในมือของผู้ชายคนนั้นก็ถูกหวดลงบนหลังหมาเคราะห์ร้ายอย่างจัง
“พลั่ก!” เสียงขวดแก้วกระทบเนื้อหุ้มกระดูก
“เอ๋ง ๆ ๆๆ!..โฮ่งๆ!.. แฮ่!….”
continue reading
เมื่อยังเล็ก ดิฉันอาศัยอยู่บ้านเดียวกับคุณตาคุณยายซึ่งเป็นคนรักสัตว์ เลี้ยงแมวและสุนัขอยู่นับสิบตัว ความรักสัตว์คงเกิดขึ้น ณ เวลานั้น
ครั้นเติบใหญ่รักนั้นยังคงมั่นคงลึกซึ้งแถมเผื่อแผ่ไปยังสัตว์ทุกประเภทแม้แต่จิ้งจก ตุ๊กแก…
เคยผายปอดช่วยชีวิตให้ลูกจิ้งจกตัวกะจิริดที่เคราะห์ร้ายตกลงในฟองสบู่ซึ่งกำลังจะไหลลงไปสู่ท่อระบายน้ำขณะที่ดิฉันอาบน้ำสระผมอยู่ มันสลบแน่นิ่งไป ดิฉันจับมันขึ้นมาอย่างเบามือ หงายท้องมันขึ้นมาดู ช่วงหน้าอกไม่มีการกระเพื่อม แสดงว่า “ไม่หายใจแล้ว!!!” ด้วยความสงสาร ดิฉันเอียงฝ่ามือด้านศีรษะของมันลงให้หัวของมันต่ำกว่าแนวระนาบ ค่อย ๆ ใช้นิ้วก้อยรีดเบา ๆ จากช่วงเหนือท้องไปถึงหน้าอก ด้วยหวังว่าน้ำจะไหลออกมาจากปากของมัน เหมือนที่คนจมน้ำได้รับการช่วยเหลือด้วยการผายปอด ค่อย ๆ รีดอย่างนั้นราวห้าครั้ง มหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! เจ้าลูกจิ้งจกน้อยเริ่มเคลื่อนไหวที่ปลายหาง แล้วจึงส่ายหัว “มันฟื้นแล้ว!” ดิฉันดีใจมาก แต่พอรู้สึกตัวเท่านั้น มันก็ดิ้นพลิกตัวกลับแล้วพยายามที่จะกระโดดลงจากฝ่ามือดิฉัน ซึ่งพื้นล่างมีแต่ฟองสบู่กับแชมพูสระผม หากตกลงไปอีกครั้งคงแย่ ดิฉันจึงรีบกำมือหลวม ๆ แล้วพามันออกไปวางหน้าประตูห้องน้ำ จากนั้นเจ้าจิ้งจกน้อยแสนซนก็วิ่งจู๊ดลับไป
continue reading




